แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

คณบดีนิติศาสตร์ จุฬาฯ ฟันธง "รบ.เพื่อไทย" ต้องปฎิบัติหน้าที่ต่อไป ถ้าจะเอาผิดต้องเล่นงานกกต. (ชมคลิป)

ที่มา Thai E-News



http://www.youtube.com/watch?v=d5rxpF3eiUo


ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน กล่าวกับ"มติชนทีวี"กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม กปปส. เตรียมส่งทีมกฎหมาย ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพรัฐบาลรักษาการ เหตุเปิดประชุมสภาหลังเลือกตั้งไม่ได้ใน 30 วันนั้น เป็นความเข้าใจผิดเพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ว่ารัฐบาลรักษาการ ถ้าหากมองตามตัวบทของรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ระบุว่า คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต้องดำรงจนตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจน กว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ดังนั้นจึงอยู่ในสถานะคณะรัฐมนตรีรูปแบบพิเศษ 
ส่วนกรณีที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง คือ มี ครม. ชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ และต้องหลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเมื่อยุบสภาต้องเป็นตาม มาตรา 181 แต่ประเด็นที่พูด คือ 172 คือ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาบุคคลซึ่งสมควรได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการประชุมสภาเกิดขึ้นเพราะ ส.ส. ไม่ครบ
ดังนั้นกระบวนการ 30 วันจึงยังไม่เกิดขึ้น ขณะที่ในทางวิชาการ ระยะเวลามีอยู่ 2 ประเภท คือ ระยะเวลาภาคบังคับ และระยะเวลาเร่งรัด กล่าวคือระยะเวลาภาคบังคับ ต้องให้มีการยื่นอุทธรณ์ใน 30 วัน ถ้าไม่อุทธรณ์ใน 30 วันถือยอมรับผลของคำสั่งต่างๆ ส่วนเร่งรัดคือกำหนดกรอบว่าการดำเนินการต่างๆเป็นสิ่งที่พึงต้องกระทำภายใน ระยะเวลา ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายก็ไม่ได้กำหนดว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทั้งนี้ถ้าภายใน 30 วัน สภาไม่สามารถประชุมได้ ก็ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดเพียงเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเพราะ รัฐบาลเป็นฝ่ายบริหารประเทศ ซึ่งต้องบริหารประเทศต่อไปจนกว่าจะมีชุดใหม่เข้ามา เพื่อให้การดำเนินการของรัฐบาลหรือการจัดทำบริการสาธารณะเกิดความต่อเนื่อง
ขณะที่รัฐธรรนูญปี 2540 และ 2550 กำหนดไว้ชัดเจนว่าให้มีองค์กรคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อจัดเลือกตั้ง สภาเปิดไม่ได้ เป็นความผิด กกต. ถ้าจะฟ้องควรฟ้องว่า กกต. ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายใน ระยะเวลาได้ รวมถึงต้องดูว่าสาเหตุที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้เพราะอะไร ซึ่งเป็นความรับผิดชอบคนละส่วนกับรัฐบาล จึงเป็นไปไม่ได้ถ้ายุบสภาแล้ว จะเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี เพราะรัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดชัดเจนว่าน่ายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส.
อีกทั้งการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่เข้ามานั้น ก็มีอำนาจที่ถูกจำกัดไว้ภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการที่จะดำเนินการต่างๆ ต้องผ่านความเห็นชอบของ กกต. และหากมองอีกมุม ถ้า 30 วัน เป็นของรัฐบาลและรัฐบาลมั่นใจว่าเลือกตั้งแล้วแพ้ รัฐบาลก็ไม่ส่งคนลงสมัครเพื่อไม่ให้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบ 95% เพื่อ ยืดเวลาในการรักษาการต่อไปได้ ดังนั้น 30 วัน จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ในการที่จัดการปัญหาดังกล่าว และเร่งหา สมาชิกรัฐสภาให้ครบ 95%

นอกจากนี้ ศ.ดร.นันทวัฒน์ มีความเห็นว่านายกรัฐมนตรี หมดสภาวะความเป็นผู้นำแล้ว โดยเห็นได้จากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบได้ อาทิการที่ปล่อยให้กลุ่ม กปปส. กระจายตัวปิดถนนต่างๆ ปิดสถานที่ราชการ รวมถึงมีการเข้าไปรบกวนทรัพย์สินของเอกชน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลควรจะลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งเคยได้เสนอผู้ที่จะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่คือ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นนักกฎหมาย และเป็นผู้ที่เจรจาด้วยง่ายที่สุด ทั้งยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่ม กปปส. น้อยที่สุดด้วย


ภาพขนาดย่อ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น