วิเคราะห์
ย่างเข้ากลางเดือนมีนาคม การเมืองไทยขยับใกล้เส้นตายเข้าไปเรื่อยๆ
เป็นเส้นตายที่ทางหนึ่งแลดูคล้ายจะมีหนทางออก
หรือเส้นตายที่อีกทางหนึ่งแลแล้วคลับคล้ายจะนำไปสู่ทางตัน
กลไกตัดสินที่สำคัญหนีไม่พ้นองค์กรอิสระที่รับคดีและเรื่องร้องเรียนอยู่เต็มมือ อาทิ...
คดี ที่นายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งรัฐสภา ขอให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ
ทั้งนี้ เพราะเห็นว่า การเลือกตั้งในวันดังกล่าวไม่สามารถรับสมัคร ส.ส.และเลือกตั้ง ส.ส.ได้อีก 28 เขต หากมีการจัดการเลือกตั้งก็เท่ากับการประกาศให้มีวันเลือกตั้ง 2 วัน
ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 108 ที่ให้กำหนดวันเลือกตั้งได้วันเดียว
ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ
คดี ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีโครงการรับจำนำข้าว ทั้งเรื่องที่ถูกพรรคฝ่ายค้านยื่นถอดถอน ทั้งเรื่องที่ถูกร้องว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ เพราะบริหารราชการจนทำให้บ้านเมืองเสียหาย
คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.
ทั้ง นี้ ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปแล้ว โดยกำหนดให้ชี้แจงข้อกล่าวหาภายในวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่งสัญญาณไม่พร้อมจึงขอเลื่อนการชี้แจงข้อกล่าวหาออกไปอีก
สำนวน นี้อยู่ในมือ ป.ป.ช. หากผลสุดท้ายคือการพิจารณาเอาผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ซึ่งจะมีปัญหาในข้อกฎหมายตามมาอีก เช่น น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในระหว่างการรักษาการ จะอยู่ในข่าย "หยุดปฏิบัติหน้าที่" หรือไม่ เป็นต้น
ยังมีคดีที่มีผู้ร้องนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา โดยกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม
ยัง มีคดีกล่าวหาว่า สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะโหวตให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน 3 วาระ โดยที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าขัดต่อรัฐ ธรรมนูญ
นอกจากนี้ ยังมีทีท่าว่า คดีความที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมือง จะทยอยเกิดขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าความขัดแย้งจะได้รับการบรรเทา
เมื่อ พิจารณาคำร้องและคำฟ้องในคดีต่างๆ สามารถจำแนกคดีและคำร้องออกเป็น 2 ลักษณะ คือคำร้องหรือคำฟ้องที่ทำให้ประเทศชาติมีทางออกอีกครั้งหนึ่ง กับคำร้องหรือคำฟ้องที่อาจเกิดทางตันขึ้นในการเมือง
อาทิ หากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้ง วันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ และให้ กกต.เร่งจัดการเลือกตั้งใหม่ หลังจากนั้น กกต.จะหาวิธีใดขอให้ฝ่ายทหารเข้ามาช่วยจัดการการเลือกตั้งก็ทำไป
หาก ทุกฝ่ายยอมรับการเลือกตั้งครั้งใหม่หลังโมฆะ แล้วพรรคการเมืองทุกพรรคที่ "เว้นวรรค" กระโดดกลับมาเล่นการเมืองในสนามใหญ่ ม็อบไม่ยกขบวนกันไปปิดคูหา ขวางการกาบัตร
แค่นี้ทางออกของวิกฤตการณ์ก็พอมองเห็น
เลือก ตั้ง 2 กุมภาพันธ์ โมฆะ เลือกตั้งใหม่วันไหนสักวัน จบการเลือกตั้งได้ ส.ส.เกินกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ แล้วเปิดประชุมสภาได้ เลือกประธานรัฐสภาได้ และอีก 30 วันเลือกนายกรัฐมนตรีได้
สุดท้ายคือ ตั้งรัฐบาลได้ ปัญหาคาราคาซังที่เป็นเหตุให้ประเทศต้องถดถอยทยอยหายไป
การโจมตีด้วยการทำลายล้าง กลายเป็นการแข่งขันด้วยความสร้างสรรค์
เช่นนี้ประชาชนก็จะเห็นฟ้าใสอีกหน
อย่าง ไรก็ตาม ยังมีอีกหลายคดีที่หากองค์กรอิสระลงดาบ จะทำให้ตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี รักษาการตำแหน่งรัฐมนตรี ถูกตั้งคำถามว่ายังมีสถานภาพตามกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่ อาทิ คดีโครงการจำนำข้าวที่พุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คดีโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พุ่งเป้าไปที่อดีต ส.ส.และ ส.ว.บางคนที่ยกมือ
รวมทั้งข้อกล่าวหาที่อาจขยายผลไปถึงการ "ตัดสิทธิทางการเมือง" และ "ยุบพรรค"
หาก ผลการตัดสินขององค์กรอิสระทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของการดำรงตำแหน่งนายก รัฐมนตรี และรัฐมนตรีมีคำถาม ขบวนการปลุกกระแสไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเครือข่ายชินวัตรจะเสนอนายกรัฐมนตรีคนกลาง และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่
เป็นการตัดสิน และการผลักดันนายกรัฐมนตรีคนกลาง ท่ามกลางเสียงยืนยันจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่ายอมตายคาสนามประชาธิปไตย
เป็นการดำเนินการท่ามกลางข่าวคราวความเคลื่อนไหวของสมัชชาปกป้องประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานอยู่ในขณะนี้
วิธีการนี้จึงน่าเป็นห่วงว่า ผลกระทบที่ตามมาจะกลายเป็น "ทางตัน" มากกว่า "ทางออก"
ดังนั้น คำตัดสินในคดีขององค์กรอิสระสามารถออกทั้ง "หัว" และ "ก้อย"
ผลการตัดสินสามารถเป็น "ทางออก" และ "ทางตัน"
จังหวะที่รอการพิจารณาคดีขององค์กรอิสระ จึงเป็นโอกาสสำหรับการเจรจาอีกเฮือก
เป็นการเจรจาให้ได้ข้อสรุปก่อนถึงวันตัดสิน
เป็นการเจรจาเพื่อให้ได้จุดลงตัว ก่อนถึงวันที่เป็น "เส้นตาย" ทางการเมือง
หน้า 3 มติชนรายวัน 9 มีนาคม 2557
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น