ถอดความจากรายงานข่าวบีบีซี
ของโจนาธาน เฮ้ด เมื่อ ๖ มีนาคม ๒๕๕๗ เรื่อง "เมืองไทยจะไปทางไหนหลังจากการประท้วง"
(โดยระยิบ เผ่ามโน)
สภาพรถ
ติดกลับมาสู่กรุงเทพฯ
ตามแนวถนนสุขุมวิทอีก เวที ลำโพง แผงขายอาหาร และสิ่งประกอบอื่นๆ
ของการปิดกรุงเทพฯ ตลอด ๖ อาทิตย์ที่ผ่านมาไม่มีแล้ว
หมดไปพร้อมกับบรรดาการ์ดบาตรใหญ่ที่คอยไล่คนเดินเท้าออกไปจากสะพานข้ามถนน
ที่อาจเปิดช่องให้แก่มือสังหารรับจ้างได้
แต่กลับมีหมู่บ้านเต๊นท์ขึ้นมาแทนที่ในสวนลุมพีนี
พื้นที่สีเขียวแห่งเดียวใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อ
กปปส.ยุบรวมจุดชุมนุมหลายแห่งมาอยู่ในที่เดียวกัน สุเทพ เทือกสุบรรณ
ผู้นำการชุมนุมบอกว่านี่ไม่ใช่การถอย แต่เป็นการปรับตัวอย่างสมเหตุสมผล
ผู้
ร่วมประท้วงที่เป็นชนชั้นกลางแต่งตัวดีมีนกหวีดคล้องคอเป็นสัญญลักษณ์ก็ชัก
จะหายาก
มันกลายเป็นค่ายรั้วรอบขอบชิด
ซึ่งการ์ดจะตรวจกระเป๋าและบัตรประจำตัวทุกคนที่ผ่านไปมาอย่างละเอียด
การ์ดพวกนี้ยังถูกข้อหาว่าข่มขู่ทำร้ายคนที่ตนสงสัยว่าจะเป็นพวกรัฐบาลด้วย
ซึ่งก็ไม่ใช่ถูกฟ้องเพียงครั้งเดียว
มีชายคนหนึ่งรอดตายมาได้หลังจากถูกทรมานอยู่ ๖
วันแล้วจึงเอาตัวไปโยนแม่น้ำ
ภายนอกสวนลุมฯ
กำลังทหารในเครื่องแบบของกองทัพบกนั่งอยู่ภายในบังเกอร์ลายพรางล้อมด้วยกระสอบทรายเห็นอยู่เกลื่อนกราด
พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา บอกว่าทหารมาประจำการเพื่อป้องกันภัยให้แก่ผู้ชุมนุม
หลังจากปรากฏว่ามีการโจมตีด้วยอาวุธเข้าใส่จุดประท้วงหลายครั้ง
หากแต่การตั้งป้อมทหารรักษาการเหล่านี้ก่อให้เกิดความระแวงไปทั่ว
ในเมื่อประเทศไทยเคยมีประวัติการยึดอำนาจมาแล้วอย่างช่ำโชก
โดยเฉพาะในเมื่อถูกตั้งคำถาม
พล.อ.ประยุทธเองยังไม่อาจปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงได้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก
มีแค่คำแนะนำท่ามกลางความน่ากลัวที่มันเป็นไปได้ ว่าให้ขึงม่านสีชมพูรอบบังเกอร์จะได้ดูไม่ก้าวร้าว
องค์ประกอบทักษิณ
เช่นนี้แล้วประเทศไทยกำลังจะไปทางไหน
หลังจากการประท้วงที่บางครั้งเต็มไปด้วยความรุนแรง และก่อผลกระทบทางร้าย
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหาความมั่นใจอะไร
สุเทพ
เทือกสุบรรณ และบรรดานายทหารที่หนุนเขาอยู่เบื้องหลัง
รวมทั้งกลุ่มนักธุรกิจ
และที่ปรึกษาอาวุโสของสำนักพระราชวัง
ก็ไม่ประสพความสำเร็จในการโค่นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร
หรือไม่อาจก่อกวนสร้างความวุ่นวายถึงขั้นฝ่ายทหารจะใช้อ้างเข้ามาแทรกแซงได้
น.ส.ยิ่งลักษณ์กับพี่ชายของเธอที่อยู่ในระหว่างลี้ภัย
ก็ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งซึ่งประกาศเมื่อเดือนที่แล้วให้สำเร็จสมบูรณ์ได้
หรือไม่อาจผลักดันสถานที่ชุมนุมของ กปปส. ออกไปจากใจกลางกรุงเทพฯ ได้เช่นกัน
ได้มีการคุยกันของสองฝ่ายมาแล้วเป็นบางคราว
บางครั้งก็มีตัวทักษิณเองผู้ซึ่งอาศัยอยู่ดูไบแต่เดินทางไปแถบเอเซียบ่อยๆ เจรจากับคณะของผู้สนับสนุน
กปปส. และเมื่อเร็วๆ นี้นี่เองมีการพูดคุยกันในกรุงเทพฯ
โดยตัวแทนแต่ละฝ่ายรวมสี่คน รายละเอียดของผลการเจรจาน้อยนักที่จะมีใครรู้ แต่หนทางประนีประนอมดูจะเป็นเรื่องที่ยากมาก
ทักษิณนั้นต้องการให้ยอมรับผลของการเลือกตั้งซึ่งแน่นอนว่าพรรคของเขาจะได้รับชัยชนะ
กับยังต้องการให้นิรโทษกรรมความผิดฐานใช้อำนาจเกินขอบข่ายในปี ๒๕๕๑ อีกทั้งให้ยกเลิกการอายัติทรัพย์สินมูลค่า
๑ พันล้านดอลลาร์ ( ๕๙๘ ล้านปอนด์) ของเขาเสียด้วย ฝ่าย กปปส.
ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองให้มีผลอย่างถาวรที่ตระกูลชินวัตรไม่สามารถเล่นการเมืองได้อีกเลย
ทักษิณ ชินวัตร๒๔๙๒ เกิดที่เชียงใหม่ ภาคเหนือของไทย๒๕๑๖ ศึกษาด้านนิติอาชญาในสหรัฐ๒๕๔๔ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีจากชัยชนะเลือกตั้งอย่างท่วมท้น๒๕๔๙ ถูกรัฐประหารออกจากตำแหน่ง๒๕๕๑ หลบหนีออกจากประเทศไทยระหว่างมีคดีในศาล
ยังมีประเด็นอันสำคัญยิ่งยวดต่อปัญหาความขัดแย้งบาดลึกนี้
ก็คือเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์
พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ซึ่งทรงดำรงอยู่ประดุจสมมุติเทพ เป็นลิ่มสลักที่รักษาระเบียบทางการเมืองจากบนลงสู่ล่างเอาไว้ตลอด
๖๘ ปีที่ผ่านมาแห่งรัชสมัยของพระองค์ บัดนี้ทรงชราภาพและพระพลานามัยทรุดโทรม
สุขภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระราชินีนาถผู้ทรงมีบทบาทโดดเด่น ถึงจะมิได้มีการกล่าวขวัญถึงมากนักแต่ก็เชื่อว่าทรุดลงเช่นกัน
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช วชิราลงกรณ์ สยามมกุฏราชกุมาร
ทรงเป็นรัชทายาทอย่างทางการ
แต่นั่นก็ไม่ได้ยับยั้งการซุบซิบกันถึงแนวสืบราชสันตติวงศ์ทางอื่นได้
ทั้งที่กฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอันรุนแรงได้กีดกั้นการวิจารณ์ต่อเรื่องนี้อย่างเปิดเผยภายในประเทศเอาไว้
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำความเข้าใจปัญหาให้ลึกซึ้งหากไม่คำนึงถึงองค์ประกอบในประเด็นดังกล่าว
ที่พวกเทิดทูนกษัตริย์มีความวิตกกังวลยิ่งนักต่ออิทธิพลและความทะเยอทะยานของทักษิณ
ข้อหาคอรัปชั่น
ต่างฝ่ายต่างแสดงความก้าวร้าวจะเอาชนะซึ่งกันและกัน
โดยไม่มีทีท่าว่าจะคืบหน้าต่อไปได้อย่างไร ทั้งสองฝ่ายยื่นฟ้องต่อกันมากมายเสียจนนับไม่ถ้วน
แม้ว่าบางอย่างอาจจะก่อให้เกิดผลอย่างชงัดก็ได้
คดีที่ยื่นฟ้อง
น.ส.ยิ่งลักษณ์โดยคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติคืบหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งใกล้ถึงจุดสุดท้าย
เธอได้ขอเลื่อนคำให้การออกไป แต่ก็เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะต้องถูกชี้มูลความผิดโดย
ปปช. ส่งไม้ให้วุฒิสภาทำการถอดถอน ถ้าหากสภาสูงซึ่งจำนวนกึ่งหนึ่งจะต้องได้รับการเลือกตั้งใหม่ในวันที่
๓๐ มีนาคมนี้ชี้ว่ามีความผิด เธอจะถูกห้ามไม่ให้กลับมารับตำแหน่งได้อีก
ความวุ่นวายในไทยกันยายน ๒๕๔๙ กองทัพบกยึดอำนาจทักษิณธันวาคม ๒๕๕๐ พรรคการเมืองฝ่ายทักษิณชนะเลือกตั้งสิงหาคม ๒๕๕๑ ทักษิณหลบออกนอกประเทศธันวาคม ๒๕๕๑ การประท้วงต่อต้านทักษิณครั้งใหญ่ ศาลสั่งระงับพรรครัฐบาล อภิสิทธิ์เข้าไปมีอำนาจมีนาคม-พฤษภาคม ๒๕๕๓ มีการชุมนุมสนับสนุนทักษิณมโหฬาร คนตายหลายสิบจากการเข้าปราบโดยกองทัพบกกรกฎาคม ๒๕๕๔ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของทักษิณได้รับเลือกเข้าเป็นนายกรัฐมนตรีพฤศจิกายน ๒๕๕๖ เกิดการประท้วงรัฐบาลธันวาคม ๒๕๕๖ ยิ่งลักษณ์ประกาศเลือกตั้งใหม่มกราคม ๒๕๕๗ ยิ่งลักษณ์ประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน
พรรคของเธออาจได้เป็นผู้กำหนดตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่
แต่ ปปช. ก็กำลังพิจารณาคดีคอรัปชั่นต่อสมาชิกสภากว่า ๒๐๐ คนของพรรคเธอ
อีกทั้งเธอไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อเดือนที่แล้วได้
เพราะคณะกรรมการเลือกตั้งพยายามหน่วงเหนี่ยวไว้ไม่ให้มีการเลือกตั้งทดแทนในท้องที่ซึ่งผู้ประท้วงของ
กปปส. ไปขัดขวางการลงคะแนน เธอจึงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ และอำนาจในฐานะรัฐบาลรักษาการของเธอก็มีจำกัด
เธอไม่อาจใช้สถานที่ทำงานหลักในทำเนียบรัฐบาล
ซึ่งถูกพวกผู้ประท้วงไปปิดกั้นเอาไว้ เธอต้องเคลื่อนที่อยู่เรื่อยๆ
เพื่อหลีกเลี่ยงผู้ประท้วง หลังๆ นี่เธอไม่ค่อยได้อยู่ในกรุงเทพฯ
ไพ่ตายของฝ่ายเธอที่ถืออยู่ก็คือ การลุกฮือของมวลชนถ้าหากเธอถูกบีบให้ต้องออกไปจากตำแหน่ง
จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วขบวนการเสื้อแดงที่สนับสนุนพรรคของนายกรัฐมนตรี
ควบคุมบทบาทไม่แสดงอะไรมากเพื่อป้องกันเกิดการปะทะกับ กปปส.
ซึ่งจะเป็นชนวนให้กองทัพที่ไม่ค่อยเห็นใจรัฐบาลอยู่แล้วออกมาแซกแทรงจนได้
แต่หลังเกิดการปะทะกันเมื่อเดือนที่แล้ว
ตามด้วยคำสั่งศาลที่ห้ามรัฐบาลใช้กำลังต่อผู้ชุมนุม
กองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนเสื้อแดงขยายขีดปฏิบัติการโจมตีฝ่าย กปปส.
ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๖ คน เป็นเด็ก ๔ คน
ขบวนการหลักของเสื้อแดงได้จัดให้มีการชุมนุมในถิ่นของตนทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ
เป็นการแสดงพลังตัดไม้ข่มนามไม่ให้กองทัพและศาลรุกฆาตต่อนายกรัฐมนตรี
เสื้อแดงบางส่วนเริ่มพูดอย่างเปิดเผยถึงการแยกตัวออกไปของภาคเหนือ
ร้อนถึงพลเอกประยุทธออกมาแสดงปฏิกิริยาทันควันขู่ว่าจะดำเนินคดีต่อคนที่พูดถึงการแบ่งแยกดินแดน
ภาพของการแยกดินแดนนั้นน่าจะเป็นเพียงการแสดงความอัดอั้นของเสื้อแดงต่อสถานการณ์ในกรุงเทพฯ
ออกมาให้เห็นเสียมากกว่าที่จะคิดทำกันจริงจัง แต่ความเป็นไปได้ในการปะทะกันด้วยอาวุธนั่นคงจะสมจริง
อดีตนายทหารที่ปัจจุบันให้คำปรึกษาแก่เสื้อแดงในเรื่องปฏิบัติการทางทหารบอกกับบีบีซีว่า
มีการวางแผนบรรจุการ์ดจำนวน ๒ แสนคน ล้วนติดอาวุธ
เตรียมพร้องยกกำลังเข้ากรุงเทพฯ ถ้าหากว่ามีการบังคับให้ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่ง
ไม่ว่าจะโดยฝีมือกองทัพ โดยพวกศาล หรือว่าองค์กรอิสระอย่าง ปปช. ก็ตาม
จะเป็นด้วยประเด็นนี้หรือว่าปัจจัยอื่นที่ทำให้พลเอกประยุทธยับยั้งชั่งใจก็สุดจะเดาได้
แต่ด้วยกำลังทหารที่เอาเข้ามาตั้งบังเกอร์ในกรุงเทพฯ จำนวนมากมายอย่างนี้
การรัฐประหารย่อมเป็นไปตามยุทธศาสตร์อย่างไม่อ้อมค้อม ทว่าผลที่ตามมาคงเละเทะไม่เบา
ใช่ว่ากำลังพลในสายบังคับบัญชาจะภักดีกับพวกพยัคฆ์รุ่นโบราณภายในกองทัพไปเสียทั้งหมด
มีบริษัทใหญ่ๆ
ของไทยบางแห่งแทงเต็งด้วยเงินก้อนใหญ่ไว้กับ กปปส.
มุ่งหมายกวาดล้างตระกูลชินวัตรให้สิ้นซาก คนพวกนี้และคนอื่นๆ
ที่เกื้อหนุนกระบวนการประท้วงที่กลายเป็นกบฏ
ต่างหวาดหวั่นต่อการเอาคืนของค่ายทักษิณอยู่เหมือนกันถ้างานนี้ไม่สำเร็จ
ผู้สนับสนุนของพวกนี้กลัวกันว่าถ้าฝ่ายเสื้อแดงได้รับชัยชนะละก็
จะตามมาด้วยการจัดระเบียบใหม่ทั้งยวงทางด้านการเมืองและสังคม
ด้วยเดิมพันสูงมากอย่างนี้การเกี๊ยเซี๊ยระหว่างสองค่ายจึงเป็นเรื่องห่างไกลเกินหวัง



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น