ร่วมกัน SHARE จดหมายถึงเปิดผนึกของ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD)และ
กลุ่มจับตาองค์กร(ไม่)อิสระฉบับนี้
บอกกับศาลรัฐธรรมนูญว่าอย่าละเมิดสิทธิและเสียงของประชาชนส่วนใหญ่กว่า 20
ล้านคนที่ออกไปเลือกตั้งอย่างสุจริตใจ
--------------
จดหมายเปิดผนึกถึงศาลรัฐธรรมนูญ
เรียน ศาลรัฐธรรมนูญ
เรื่อง คัดค้านคำร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า
การเลือกตั้งนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับกันในสากลประเทศว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง
ในระบอบประชาธิปไตย
ทั้งนี้โดยเป็นกระบวนการคัดสรรบุคคลที่จะเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชนในสถาบัน
นิติบัญญัติ และสถาบันบริหาร
การเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยจะต้องประกอบไปด้วยหลักการสำคัญที่ยึดถือกัน
ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก อันได้แก่ เป็นการเลือกตั้งที่มีลักษณะทั่วไป
กล่าวคือบุคคลที่อายุเข้าเกณฑ์มีสิทธิออกเสียงได้ทุกคนอย่างเสมอภาค
เป็นการเลือกตั้งที่เป็นอิสระ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ กดดันหรือชักจูงใดๆ
เป็นการเลือกตั้งที่มีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน
เป็นการเลือกตั้งแบบลงคะแนนลับ เป็นการเลือกตั้งแบบหนึ่งคนหนึ่งเสียง
และเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม
รัฐบาลรักษาการณ์ของนางสาวยิ่งลักษณ์
ชินวัตรได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาและกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2
กุมภาพันธ์ 2557 แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเต็มไปด้วยอุปสรรค
และปัญหาต่างๆในตลอดช่วงเวลาของการเลือกตั้ง
แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งก็สามารถดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งที่สำเร็จ
ลุล่วงลงด้วยดี เป็นไปตามหลักการว่าด้วยการเลือกตั้งที่ได้กำหนดไว้
จากคำแถลงของประธานกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ได้สรุปว่า จากจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 93,952 หน่วย
สามารถเปิดลงคะแนนได้ 83,813 หน่วย คิดเป็น 89.2% จาก 77 จังหวัด งดลงคะแนน
18 จังหวัด รวม 69 เขต โดยมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจำนวน
20,468,686 คน หรือคิดเป็น 45.84% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ
ซึ่งหากพิจารณาจากค่าเฉลี่ยของจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในประเทศใน
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของการเลือกตั้งในประเทศไทย
ถือได้ว่าจำนวนคะแนนเสียงดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่สำคัญที่สามารถเป็นตัวแทน
ของเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ
การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
จึงถือว่าเป็นการแสดงออกถึงเจตจำนงของประชาชนทั่วประเทศตามครรลองของระบอบ
ประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญของประเทศ
ในการเลือกตัวแทนเพื่อทำหน้าที่แทนตนในรัฐสภา กลุ่มจับตาองค์กร (ไม่) อิสระ
และกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย ในฐานะตัวแทนของประชาชน 20
ล้านเสียง
จึงขอคัดค้านคำร้องของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่ได้ยื่นขอให้ศาลรัฐ
ธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
เพราะนอกจากจะเป็นคำร้องที่ขัดต่ออำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินตามที่
กำหนดไว้ในมาตรา 244 และ 245 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
2550 แล้ว ยังเป็นการไม่เคารพต่อเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนกว่า 20
ล้านเสียงที่ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตใจ
ทั้งยังเป็นสร้างเงื่อนไขให้สังคมไทยต้องตกอยู่ในภาวะของวิกฤตทางการเมือง
และความขัดแย้งรุนแรงอันไม่สิ้นสุดต่อไป
กลุ่มฯขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ธำรงไว้ซึ่งความเที่ยงธรรม เป็นกลาง
และเห็นแก่ประโยชน์สุขของสังคมโดยรวม ทำหน้าที่ในการจรรโลงระบอบเลือกตั้ง
อันเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยของประเทศไทยอย่างบริสุทธิ์และยุติธรรม
ขอแสดงความนับถือ
กลุ่มจับตาองค์กร (ไม่) อิสระ
กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย
Credit
กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย
ooo
สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย
เรื่องเกี่ยวข้อง...
https://www.youtube.com/watch?v=hjyDItjk6KQ
พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ คัดค้านศาลรัฐธรรมนูญ
ไม่มีอำนาจรับวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง ส.ส. 2 กุมภาพันธ์เป็นโมฆะ
และไม่ยอมรับบทบาทของ 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่อาสาหาคนกลาง
เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเป็นกลางและเที่ยงธรรม
ภายหลังการประชุมแกนนำ พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์
คัดค้านการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.
เมื่อวันที่ 2กุมภาพันธ์ ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้แถลงการณ์ระบุว่า
การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยเรื่องเลือกตั้ง โดยไม่มีอำนาจรับคำร้อง
เป็นการไม่เคารพรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม แต่ยังขยายเขตอำนาจของศาลเอง
จึงเป็นการล้มเลือกตั้งด้วยกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งวันที่ 2
กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ จะถือเป็นบรรทัดฐานที่เลวร้ายของประเทศไทย
และต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย
Voice TV
...
มติชนออนไลน์ ได้ตีพิมพ์รายละเอียดแถลงกาณ์ 8 ข้อ ของพรรคเพื่อไทย ค้านการใช้อำนาจศาล รธน. วินิจฉัยเลือกตั้ง2ก.พ. ดังต่อไปนี้...
1.พรรคขอคัดค้านผู้ตรวจการแผ่นดินว่า
ไม่มีอำนาจที่จะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
เพราะอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1)
และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552 มาตรา
14 (1) นั้น
เฉพาะเมื่อเห็นว่าบทบัญญัติใดของกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเท่านั้น
แต่ตามคำร้องแม้จะอ้างว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556
มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
แต่คำร้องเป็นเรื่องขอให้วินิจฉัยการกระทำของ
กกต.ในการจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่มีประเด็นใดๆ
เลยที่ชี้ให้เห็นว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรขัดหรือแย้งต่อรัฐ
ธรรมนูญ
จึงไม่อยู่ในอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
ได้
2.พิจารณาพฤติกรรมขององค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กร
ชี้ให้เห็นว่าการใช้ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory)
เพื่อมุ่งล้มการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ตั้งแต่แรก
เริ่มจากการที่กลุ่ม กปปส.ประกาศไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง
และขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นหน้าที่
กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งกลับเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป
แต่ในที่สุดก็จัดการเลือกตั้งแบบไม่เต็มใจทำ
ปล่อยให้เกิดปัญหาการเลือกตั้งหลายประการ
อันเป็นเหตุให้มีการนำมาเป็นประเด็นยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
แต่เมื่อมีกระแสเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งให้ครบถ้วน
แทนที่ กกต.จะดำเนินการ กลับส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย
ผู้ตรวจการแผ่นดินรู้ว่าตนเองไม่มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแต่ก็
ยื่นคำร้องไป
ส่วนศาลรัฐธรรมนูญก็รับคำร้องที่ไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่จะรับไว้ได้
กระบวนการทั้งหมดเป็นการทำงานสอดรับกันเพื่อล้มการเลือกตั้ง
ส.ส.ตามพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
ให้ได้
3.พรรคเห็นว่าการล้มการเลือกตั้งด้วยกระบวนการที่ไม่ชอบ
ด้วยรัฐธรรมนูญ จะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกของคนในสังคมมากขึ้น
เป็นการทำลายหลักการสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย=
เป็นการล้มล้างสิทธิของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญของประชาชน
4.การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยเรื่องการเลือกตั้งโดย
ไม่มีอำนาจ นอกจากจะเป็นการไม่เคารพรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมแล้ว
ยังเป็นการขยายเขตอำนาจของตนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยคิดแต่เพียงว่า
คำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไรก็ถือว่าเป็นที่สุด และผูกพันองค์กรอื่น
นับเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อระบบนิติรัฐ
และจะเกิดวิกฤตศรัทธาต่อระบบยุติธรรมของประเทศอย่างร้ายแรง
5.พท.ยอมรับต่อการกระทำขององค์กรตามรัฐธรรมนูญเฉพาะที่
อยู่ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเท่านั้น
พรรคจะไม่ยินยอมต่อการกระทำใดอันเป็นการนอกเหนือรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
โดยเฉพาะการกระทำที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือโดยไม่สุจริตเพื่อทำลายล้างกัน
ทางการเมือง หรือการใช้กฎหมายแบบฉ้อฉล กลลวง
เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองของบุคคลบางกลุ่ม
6.
พรรคจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยที่
เป็นของประชาชน ไม่ใช่อำนาจอธิปไตยที่เป็นของศาลรัฐธรรมนูญ
หรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ พรรคพร้อมเสมอสำหรับการเลือกตั้ง
เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินอนาคตทางการเมืองของตนเอง
โดยจะไม่ยินยอมให้อำนาจการตัดสินใจนี้ไปอยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญ
หรือองค์กรอิสระใดเป็นการเฉพาะ
7.การเลือกตั้งที่มีปัญหาเกิดจากการขัดขวางของกลุ่ม
กปปส.และคนของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงการละเลยต่อหน้าที่ของ กกต. ดังนั้น
หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ
จะถือเป็นบรรทัดฐานที่เลวร้ายของประเทศไทย
และต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย
เพราะหากพรรคการเมืองใดรู้ว่าตนจะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งก็จะออกมาขัดขวางการ
เลือกตั้ง เพื่อทำให้การเลือกตั้งมีปัญหา
แล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
8.เหตุผลที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ
วินิจฉัย ไม่ว่าเรื่องการรับสมัคร 28 เขตเลือกตั้ง ที่ยังไม่สามารถทำได้
การเปิดรับสมัคร ส.ส.ไม่เที่ยงธรรม
การเปลี่ยนสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งให้ทราบ
หรือข้ออ้างที่ว่าการนับคะแนนเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
ให้รอไปก่อน โดยที่ยังมีการเลือกตั้งไม่ครบถ้วนนั้น พรรคเห็นว่าปัญหาต่าง
ๆดังกล่าว มีกฎหมายรองรับในการแก้ปัญหาได้ กล่าวคือ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กรณี 28 เขตเลือกตั้ง
ยังไม่สามารถสมัครได้
ถือว่ายังไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นได้
กกต.ก็สามารถออกประกาศเพื่อให้มีการรับสมัคร
และลงคะแนนเลือกตั้งในเขตนั้นได้
จะอ้างว่าไม่มีการเลือกตั้งในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา 108 มิได้ เพราะพ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556
ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.วันเดียวกันอยู่แล้ว คือ วันที่ 2
กุมภาพันธ์ 2557
ส่วนข้ออ้างว่า
มีการเปลี่ยนสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้านั้น
ทุกฝ่ายก็ทราบปัญหาดีว่า มีการขัดขวางการสมัคร
ผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งมีอำนาจตามกฎหมายในการประกาศเปลี่ยนสถานที่รับสมัคร
ได้ และพรรคการเมืองทุกพรรคก็ทราบ และไม่มีพรรคใดคัดค้าน
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ประกาศไม่ส่งผู้สมัครอยู่แล้ว
นอกจากนี้ข้ออ้าง เรื่องการนับคะแนนนั้น
ตามกฎหมายกำหนดให้มีการนับคะแนนเมื่อการลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งนั้นเสร็จ
สิ้น การนับคะแนนจึงเป็นการปฏิบัติไปตามกฎหมายทุกประการ ดังนั้น
จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะอ้างว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้
"ด้วยเหตุนี้พท.จึงเห็นว่า ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน
และศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องดังกล่าว
และถือเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ และนอกเหนืออำนาจ
เป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พรรคจึงขอคัดค้านการกระทำดังกล่าว
โดยขอให้ กกต.ได้จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยเร็วต่อไป"
นายพร้อมพงศ์ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น