แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557

จดหมายเปิดผนึกถึงศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง คัดค้านคำร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ที่มา Thai E-News


ร่วมกัน SHARE จดหมายถึงเปิดผนึกของ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD)และ กลุ่มจับตาองค์กร(ไม่)อิสระฉบับนี้ บอกกับศาลรัฐธรรมนูญว่าอย่าละเมิดสิทธิและเสียงของประชาชนส่วนใหญ่กว่า 20 ล้านคนที่ออกไปเลือกตั้งอย่างสุจริตใจ
--------------

จดหมายเปิดผนึกถึงศาลรัฐธรรมนูญ

เรียน ศาลรัฐธรรมนูญ

เรื่อง คัดค้านคำร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การเลือกตั้งนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับกันในสากลประเทศว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ในระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้โดยเป็นกระบวนการคัดสรรบุคคลที่จะเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชนในสถาบัน นิติบัญญัติ และสถาบันบริหาร การเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยจะต้องประกอบไปด้วยหลักการสำคัญที่ยึดถือกัน ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก อันได้แก่ เป็นการเลือกตั้งที่มีลักษณะทั่วไป กล่าวคือบุคคลที่อายุเข้าเกณฑ์มีสิทธิออกเสียงได้ทุกคนอย่างเสมอภาค เป็นการเลือกตั้งที่เป็นอิสระ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ กดดันหรือชักจูงใดๆ เป็นการเลือกตั้งที่มีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน เป็นการเลือกตั้งแบบลงคะแนนลับ เป็นการเลือกตั้งแบบหนึ่งคนหนึ่งเสียง และเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม

รัฐบาลรักษาการณ์ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาและกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเต็มไปด้วยอุปสรรค และปัญหาต่างๆในตลอดช่วงเวลาของการเลือกตั้ง แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งก็สามารถดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งที่สำเร็จ ลุล่วงลงด้วยดี เป็นไปตามหลักการว่าด้วยการเลือกตั้งที่ได้กำหนดไว้ จากคำแถลงของประธานกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้สรุปว่า จากจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 93,952 หน่วย สามารถเปิดลงคะแนนได้ 83,813 หน่วย คิดเป็น 89.2% จาก 77 จังหวัด งดลงคะแนน 18 จังหวัด รวม 69 เขต โดยมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจำนวน 20,468,686 คน หรือคิดเป็น 45.84% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งหากพิจารณาจากค่าเฉลี่ยของจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในประเทศใน ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของการเลือกตั้งในประเทศไทย ถือได้ว่าจำนวนคะแนนเสียงดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่สำคัญที่สามารถเป็นตัวแทน ของเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ

การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงถือว่าเป็นการแสดงออกถึงเจตจำนงของประชาชนทั่วประเทศตามครรลองของระบอบ ประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญของประเทศ ในการเลือกตัวแทนเพื่อทำหน้าที่แทนตนในรัฐสภา กลุ่มจับตาองค์กร (ไม่) อิสระ และกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย ในฐานะตัวแทนของประชาชน 20 ล้านเสียง จึงขอคัดค้านคำร้องของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่ได้ยื่นขอให้ศาลรัฐ ธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะนอกจากจะเป็นคำร้องที่ขัดต่ออำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินตามที่ กำหนดไว้ในมาตรา 244 และ 245 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 แล้ว ยังเป็นการไม่เคารพต่อเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนกว่า 20 ล้านเสียงที่ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตใจ ทั้งยังเป็นสร้างเงื่อนไขให้สังคมไทยต้องตกอยู่ในภาวะของวิกฤตทางการเมือง และความขัดแย้งรุนแรงอันไม่สิ้นสุดต่อไป กลุ่มฯขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ธำรงไว้ซึ่งความเที่ยงธรรม เป็นกลาง และเห็นแก่ประโยชน์สุขของสังคมโดยรวม ทำหน้าที่ในการจรรโลงระบอบเลือกตั้ง อันเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยของประเทศไทยอย่างบริสุทธิ์และยุติธรรม

ขอแสดงความนับถือ

กลุ่มจับตาองค์กร (ไม่) อิสระ
กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย

ooo

Credit

สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย

เรื่องเกี่ยวข้อง...


https://www.youtube.com/watch?v=hjyDItjk6KQ


พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ คัดค้านศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจรับวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง ส.ส. 2 กุมภาพันธ์เป็นโมฆะ และไม่ยอมรับบทบาทของ 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่อาสาหาคนกลาง เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเป็นกลางและเที่ยงธรรม
ภายหลังการประชุมแกนนำ พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ คัดค้านการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2กุมภาพันธ์ ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้แถลงการณ์ระบุว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยเรื่องเลือกตั้ง โดยไม่มีอำนาจรับคำร้อง เป็นการไม่เคารพรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม แต่ยังขยายเขตอำนาจของศาลเอง จึงเป็นการล้มเลือกตั้งด้วยกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ จะถือเป็นบรรทัดฐานที่เลวร้ายของประเทศไทย และต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย 

Voice TV
...

มติชนออนไลน์ ได้ตีพิมพ์รายละเอียดแถลงกาณ์ 8 ข้อ ของพรรคเพื่อไทย ค้านการใช้อำนาจศาล รธน. วินิจฉัยเลือกตั้ง2ก.พ. ดังต่อไปนี้...
1.พรรคขอคัดค้านผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ไม่มีอำนาจที่จะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เพราะอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552 มาตรา 14 (1) นั้น เฉพาะเมื่อเห็นว่าบทบัญญัติใดของกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ตามคำร้องแม้จะอ้างว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550  แต่คำร้องเป็นเรื่องขอให้วินิจฉัยการกระทำของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่มีประเด็นใดๆ เลยที่ชี้ให้เห็นว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรขัดหรือแย้งต่อรัฐ ธรรมนูญ จึงไม่อยู่ในอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ได้
2.พิจารณาพฤติกรรมขององค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กร ชี้ให้เห็นว่าการใช้ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) เพื่อมุ่งล้มการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ตั้งแต่แรก เริ่มจากการที่กลุ่ม กปปส.ประกาศไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง และขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นหน้าที่ กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งกลับเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป แต่ในที่สุดก็จัดการเลือกตั้งแบบไม่เต็มใจทำ ปล่อยให้เกิดปัญหาการเลือกตั้งหลายประการ อันเป็นเหตุให้มีการนำมาเป็นประเด็นยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ 
แต่เมื่อมีกระแสเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งให้ครบถ้วน แทนที่ กกต.จะดำเนินการ กลับส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ผู้ตรวจการแผ่นดินรู้ว่าตนเองไม่มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแต่ก็ ยื่นคำร้องไป ส่วนศาลรัฐธรรมนูญก็รับคำร้องที่ไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่จะรับไว้ได้  กระบวนการทั้งหมดเป็นการทำงานสอดรับกันเพื่อล้มการเลือกตั้ง ส.ส.ตามพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ให้ได้ 
3.พรรคเห็นว่าการล้มการเลือกตั้งด้วยกระบวนการที่ไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ จะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกของคนในสังคมมากขึ้น เป็นการทำลายหลักการสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย= เป็นการล้มล้างสิทธิของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญของประชาชน
4.การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยเรื่องการเลือกตั้งโดย ไม่มีอำนาจ นอกจากจะเป็นการไม่เคารพรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมแล้ว ยังเป็นการขยายเขตอำนาจของตนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยคิดแต่เพียงว่า คำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไรก็ถือว่าเป็นที่สุด และผูกพันองค์กรอื่น นับเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อระบบนิติรัฐ และจะเกิดวิกฤตศรัทธาต่อระบบยุติธรรมของประเทศอย่างร้ายแรง 
5.พท.ยอมรับต่อการกระทำขององค์กรตามรัฐธรรมนูญเฉพาะที่ อยู่ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเท่านั้น พรรคจะไม่ยินยอมต่อการกระทำใดอันเป็นการนอกเหนือรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยเฉพาะการกระทำที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือโดยไม่สุจริตเพื่อทำลายล้างกัน ทางการเมือง หรือการใช้กฎหมายแบบฉ้อฉล กลลวง เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองของบุคคลบางกลุ่ม 
6. พรรคจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยที่ เป็นของประชาชน ไม่ใช่อำนาจอธิปไตยที่เป็นของศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ พรรคพร้อมเสมอสำหรับการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินอนาคตทางการเมืองของตนเอง โดยจะไม่ยินยอมให้อำนาจการตัดสินใจนี้ไปอยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระใดเป็นการเฉพาะ
7.การเลือกตั้งที่มีปัญหาเกิดจากการขัดขวางของกลุ่ม กปปส.และคนของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงการละเลยต่อหน้าที่ของ กกต. ดังนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ จะถือเป็นบรรทัดฐานที่เลวร้ายของประเทศไทย และต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เพราะหากพรรคการเมืองใดรู้ว่าตนจะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งก็จะออกมาขัดขวางการ เลือกตั้ง เพื่อทำให้การเลือกตั้งมีปัญหา แล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ 
8.เหตุผลที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ไม่ว่าเรื่องการรับสมัคร 28 เขตเลือกตั้ง ที่ยังไม่สามารถทำได้ การเปิดรับสมัคร ส.ส.ไม่เที่ยงธรรม  การเปลี่ยนสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งให้ทราบ หรือข้ออ้างที่ว่าการนับคะแนนเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ให้รอไปก่อน โดยที่ยังมีการเลือกตั้งไม่ครบถ้วนนั้น พรรคเห็นว่าปัญหาต่าง ๆดังกล่าว มีกฎหมายรองรับในการแก้ปัญหาได้ กล่าวคือ
           
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กรณี 28 เขตเลือกตั้ง ยังไม่สามารถสมัครได้ ถือว่ายังไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นได้ กกต.ก็สามารถออกประกาศเพื่อให้มีการรับสมัคร และลงคะแนนเลือกตั้งในเขตนั้นได้ จะอ้างว่าไม่มีการเลือกตั้งในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 มิได้ เพราะพ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.วันเดียวกันอยู่แล้ว คือ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 
ส่วนข้ออ้างว่า มีการเปลี่ยนสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้านั้น ทุกฝ่ายก็ทราบปัญหาดีว่า มีการขัดขวางการสมัคร ผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งมีอำนาจตามกฎหมายในการประกาศเปลี่ยนสถานที่รับสมัคร ได้ และพรรคการเมืองทุกพรรคก็ทราบ และไม่มีพรรคใดคัดค้าน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ประกาศไม่ส่งผู้สมัครอยู่แล้ว 
นอกจากนี้ข้ออ้าง เรื่องการนับคะแนนนั้น ตามกฎหมายกำหนดให้มีการนับคะแนนเมื่อการลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งนั้นเสร็จ สิ้น การนับคะแนนจึงเป็นการปฏิบัติไปตามกฎหมายทุกประการ ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะอ้างว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้
          
"ด้วยเหตุนี้พท.จึงเห็นว่า ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องดังกล่าว และถือเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ และนอกเหนืออำนาจ เป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พรรคจึงขอคัดค้านการกระทำดังกล่าว โดยขอให้ กกต.ได้จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยเร็วต่อไป" นายพร้อมพงศ์ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น