http://www.youtube.com/watch?v=6q13Ao01HEo
Published on Mar 17, 2014
คลิปแถลงข่าว 6 องค์กรอิสระ
ooo
6 องค์กรอิสระ เสนอสองฝ่ายเสนอชื่อคนกลาง ให้คำตอบใน 7 วัน
ใครปฎิเสธต้องรับผิดชอบ
ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 17 มี.ค. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายโอกาส เตพละกุล ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายณรงค์ รัฐอมฤต คณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพรชัย จำรูญพานิชย์กุล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศไทยจากวิกฤติการณ์การ เมืองในปัจจุบัน พร้อมกับเสนอรูปแบบและแผนที่ความสำเร็จ (Road map) ในการเจรจา ดังนี้ 1.การประกาศต่อสาธารณะและให้สังคมมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ เกิดการเจรจา 2.ให้มีคณะคนกลางในการเจรจาที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ เพื่อรับฟังข้อเสนอของทั้งสองฝ่าย 3.การรับฟังข้อเสนอของทั้งสองฝ่าย และสร้างข้อเสนอใหม่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ 4.การประสานและเจรจาเพื่อปรับข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายให้เข้าใกล้กันมากที่สุด 5.จัดประชุมอย่างเป็นทางการระหว่างผู้มีอำนาจสูงสุดของทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างข้อยุติที่ยอมรับได้ และ 6.การร่วมแถลงผลการเจรจาต่อสาธารณะ
โดย นางผาณิต กล่าวว่าจากสภาพปัญหาที่เป็นวิกฤตทางการเมืองของประเทศ ถือเป็นวิกฤตการณ์ที่อาจนำประเทศไปสู่ความเสียหายหรือความสูญเสียที่ไม่อาจ แก้ไขเยียวยาได้ โดยความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นมาจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ซึ่งล้วนแต่มีเจตนาดีต่อชาติบ้านเมืองด้วยกันทั้งสิ้น จึงจำเป็นที่คนไทยต้องช่วยกันหาทางยุติความขัดแย้งและสร้างความปรองดอง เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ และลดความขัดแย้งที่มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้น เพื่อให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติที่อยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขโดยเร็วและ ที่ผ่านมาองค์กรอิสระและองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญต่างมิได้นิ่งเฉย มีความห่วงใยในสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น จึงได้มีการหารือร่วมกันมาโดยตลอด ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ รวมทั้งจากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเห็นว่า องค์กรอิสระควรเป็นผู้ประสานเบื้องต้นในการสร้างสะพานเชื่อมในการสื่อสาร ประเด็นความขัดแย้งกับทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะที่ตกผลึกร่วมกันและ ข้อยุติที่เห็นพ้องต้องกัน
"สิ่งที่เรานำเสนออาจมีคนที่ถูกใจและไม่ ถูกใจ แต่ยืนยันว่าเราห่วงใยความทุกข์ร้อนของประชาชนและประเทศชาติ จึงพยายามที่จะช่วยหาทางแก้ไขเยียวยา ไม่ใช่ในฐานะองค์กรตามรัฐธรรมนูญแต่ในฐานะองค์กรกลุ่มหนึ่งที่รักประเทศ ขณะเดียวกัน เราได้กระแสเรียกร้องจากหลายกลุ่มว่าองค์กรอิสระควรมาทำหน้าที่นี้ ซึ่งจากผลสำรวจก็ได้ทำผลสำรวจเมื่อปลายเดือนธันวาคม เมื่อปี 2556 ว่า อยากจะหาคนกลางมายุติปัญหาของประเทศ โดยมีข้อเสนอว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญน่าจะเป็นตัวกลางในการเจรจาได้ เราจึงผนึกกำลังร่วมกันเพื่อประเทศชาติ" นางผาณิตกล่าว
นาย โอกาส เตพละกุล ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันบ้านเมืองของเราอยู่ในสภาวะที่ขัดแย้ง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม จึงเป็นความห่วงใยว่าวันหนึ่งจะถึงจุดที่เกิดความเสียหายแก่ประเทศ ซึ่งวิธีที่จะยุติความขัดแย้งได้ 2 วิธี คือ 1.เกิดการต่อสู้ที่รุนแรงทำให้ประชาชนเกิดความบาดเจ็บเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แล้วจะมีการปฏิบัติการพิเศษ ทำให้บ้านเมืองสงบสุข และ2.การเจรจา โดยนำความคิดทั้งสองฝ่ายมาผสมผสาน เป็นทางเดินของทั้งสองฝ่าย และสังคมยอมรับ ขณะนี้ก็ทราบดีว่า บ้านเมืองเราเสียหาย ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง ดังนั้นทาง 6 องค์กร จึงมีความห่วงใย พยายามจะหาวิธีการต่างๆ เพื่อประเทศชาตินำไปสู่ความสงบสุข และเดินหน้าด้วยความเจริญรุ่งเรืองต่อไป
ด้านนายสมชัย กล่าวว่าการเปิดตัวขององค์กรอิสระค่อนข้างที่จะสุ่มเสี่ยงวิพากษ์วิจารณ์ต่อ การกดดันจากสังคมว่าเป็นการทำเกินกว่าหน้าที่หรือไม่ มีความเป็นกลางหรือไม่ จึงขอย้ำว่าแต่ละองค์กรมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่กำลังเป็นปัญหาของประเทศชาติขณะนี้นั้น ไม่มีใครที่จะมีบทบาทหลักในการดำเนินการ เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดระบุให้องค์กรใดเป็นผู้ดำเนินการหากเกิดความขัด แย้งจนเกิดการแตกแยกจนเกิดความล่มสลายของประเทศชาติ ดังนั้น การตระหนักในบทบาทหน้าที่ของความเป็นคนไทยที่รักชาติของ 6 องค์กร จึงได้นำเสนอกระบวนการของการเจรจา รูปแบบและแผนที่ความสำเร็จ (Road map ) เพื่อให้เกิดการยอมรับในสังคมและประสบความสำเร็จ โดยกระบวนการ Road map ได้มีการทบทวนมาหลายครั้งหลายคราจนได้ข้อสรุปข้างต้น
นายสมชัย กล่าวว่าโจทย์สำคัญคือใครจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา ซึ่งเดิมที 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญอาสาตัวเองเข้ามาเป็นคนกลางในการเจรจา แต่คำตอบมองแล้วว่าไม่ใช่ เพราะมองว่าบุคคลที่จะทำหน้าที่เป็นคนกลางของเจรจาได้นั้นต้องเป็นบุคคลที่ ทั้งสองฝ่ายยอมรับ ด้วยเหตุนี้ ในวันที่ 18 มีนาคม ทางองค์กรตามรัฐธรรมนูญจะส่งจดหมายถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ให้เสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นคนกลางฝ่ายละ 10 คน และหลังจากนั้นจะนำ 10 ชื่อของแต่ละฝ่ายมาพิจารณาดูว่ามีชื่อที่ตรงกันเท่าใด หากได้ 5 ชื่อที่ตรงกัน บุคคลเหล่านี้ก็เป็นคนกลางในการมาเจรจาหาทางออกของบ้านเมืองต่อไป ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะเสนอรูปแบบของการเจรจาและขั้นตอนโรดแมปโดยที่องค์กรตาม รัฐธรรมนูญจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งรูปแบบโรดแมปในการเจรจานั้นจะเริ่มต้นเจรจาในข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ก่อน ส่วนข้อที่ 3 จนถึงข้อที่ 6 จะดำเนินการภายหลังได้ตัวแทนคนกลางเข้ามาทำหน้าที่แล้ว
"กระบวนการ ดังกล่าวน่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งได้ดีที่สุด เพราะขณะนี้สังคมเป็นสังคมที่ไม่ไว้วางใจกัน ดังนั้นรูปแบบที่ดีที่สุดคือการให้แต่ละฝ่ายเสนอชื่อคนกลางมาทำหน้าที่เจรจา หาทางออกของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระบวนการการเจรจาครั้งนี้จะไม่มีงบประมาณค่าใช้จ่ายใดๆ แต่หากเห็นว่ากระบวนการเจรจาจำเป็นต้องมีการใช้งบประมาณ ก็จะทำเป็นโครงการเสนอต่อรัฐบาลในลำดับถัดไป" นายสมชัยกล่าว
เมื่อ ถามว่า เรื่องของคนกลางจะเป็นกุญแจสำคัญของกระบวนการนี้ ในการเสนอชื่อ 10 ชื่อของแต่ละฝ่าย อาจจะมีโอกาสที่ชื่อทั้ง 10 ชื่อของทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกันเลย เนื่งจากสังคมไทยมีบุคคลที่พร้อมจะทำหน้าที่จำนวนมาก อีกทั้งชื่อที่เสนอตรงกันก็ไม่ได้หมายความว่า เจ้าตัวที่ถูกเสนอชื่อจะพร้อมที่จะทำหน้าที่ นายสมชัย กล่าวว่า ในกระบวนการเราจะเปิดจนกว่าจะมีรายชื่อที่ตรงกัน หมายความว่า จะต้องมีการเสนอชื่อเข้ามา โดยในรอบแรกอาจจะตรงกันเพียง 1 หรือ 2 ชื่อ ก็เก็บไว้ก่อน แล้วก็คงให้เสนอใหม่อีกรอบ เพื่อให้เกิดรายชื่อให้ตรงกันให้ได้ ตนเชื่อว่า ทำไป 2-3 รอบ การปรับเข้าหากันก็จะมีมากขึ้น และผลที่อยู่ขอบข่ายดังกล่าวจะมีน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนการที่จะเรียกร้องให้ท่านเหล่านั้นเสียสละ ก็เป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละ ว่า ท่านพร้อมที่จะลงมาทำหน้าที่นั้นหรือไม่ ลงมาเปียกแน่นอน ลงมาเลอะแน่นอนและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างแน่นอน แต่การลงมาดังกล่าว เป็นการทำประโยชน์เพื่อสังคม และให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ ตรงนี้จึงต้องดูตามสถานการณ์จริงๆ
"ขณะ เดียวกัน เราก็ไม่ได้ปิดกั้น ถ้าท่านคิดว่า อ.อมรา เป็นคนที่เหมาะสม ก็เสนอชื่อได้ หรือแม้แต่ท่านโอกาส ท่านผาณิต เหมาะสม ท่านก็สามารถเสนอชื่อได้ ดังนั้นจุดเริ่มต้นวันนี้ คือ เราเซ็ตซีโร เราไม่อาสาเป็นคนกลาง เราขอให้ท่านเสนอชื่อ ซึ่งท่านสามารถเสนอชื่อได้ ก็อาจจะเกิดความเป็นธรรมได้ระดับหนึ่ง"นายสมชัยกล่าว
เมื่อถามว่า หากนายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว ทางองค์กรจะดำเนินการอย่างไร นายโอกาส กล่าวว่า ทั้งนายกรัฐมนตรีหรือนายสุเทพก็แสดงท่าทีว่าอยากให้มีการเจรจา แต่ทางฝ่ายนายสุเทพ อาจจะมีเงื่อนไขบางประการ อีกทั้งทางผู้บัญชาการทหารบกก็ระบุว่าต้องมีการเจรจาเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ต่อไปได้ ทุกฝ่ายคือคนที่ปราถนาดีต่อประเทศชาติ ดังนั้นสิ่งที่เราคาดหวังว่าอย่างน้อยทั้งสองฝ่ายควรที่เสนอรายชื่อคนกลางมา เป็นผู้เจรจา และยังรอความหวังว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ประเทศชาติกลับสู่ความสงบ ซึ่งทุกคนก็ทราบดีว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังถอยหลังลงไปเรื่อยๆ ต่อไปเราคงเป็นที่โหล่ของอาเซียน ถ้าหากยังไม่มีการแก้ไขปัญหา และอาจเกิดสงครามภายในประเทศความเสียหายก็จะรุนแรงมากขึ้น ฉะนั้นสิ่งที่ฝ่ายรัฐบาลและนายสุเทพ จะต้องเสนอรายชื่อมาเพื่อให้ปัญหายุติและเป็นข้อเสนอที่สังคมยอมรับได้
เมื่อ ถามเหตุใดจึงเจาะจงไปที่รัฐบาลและกปปส.ทั้งที่ยังมีกลุ่มที่เป็นคู่ขัดแย้งอ ย่างคปท.หรือรัฐวิสาหกิจ นายสมชัยกล่าวว่า กระบวนการในการออกแบบการเจรจาครั้งนี้ เราจำกัดขอบเขตความขัดแย้งระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก ถ้าหากเรายิ่งขยายวงเจรจา ก็จะทำให้ประเด็นการเจรจาแตกออกไปมากกว่านี้ ตนคิดว่าต้องจับคู่ขัดแย้งหลักก่อน อย่างไรก็ตาม บทบาทหน้าที่ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ยังทำหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่มีการเอาประเด็นการเจรจามาต่อรองกับองค์กรอิสระ เช่น คดีที่อยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ยังคงอยู่ กกต.ก็ต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไป ตามระบบขององค์กรน้ันๆ สิ่งที่ต้องทำตามกฎหมายก็ต้องทำตามกฎหมาย ไม่มีประเด็นว่าเมื่อมีการเจรจาการยอมความกัน แล้วจะทำให้การพิจารณาคดีต่างๆยกเลิกไป เพราะเราทำหน้าที่ตามกฎหมายด้วยความเป็นกลาง
นายสมชัยกล่าวอีกว่า การเจรจาที่จะเกิดขึ้น ต้องอยู่ในสายตาของประชาชน องค์กรอิสระจะมีหน้าที่สนับสนุนในเชิงนโยบาย ไม่ให้เกิดการรู้เห็นเป็นใจกันทางการเมือง หรือการทำให้ใครได้ผลัดกันครองอำนาจ เมื่อใดที่กระบวนการเจรจาเริ่มเข้าสู่การไกล่เกลี่ย เริ่มหาข้อสรุปได้ องค์กรอิสระก็จะประกาศถอนตัวจากวงเจรจาทันที เพราะเราได้ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว
เมื่อถามว่าจากเงื่อนไขกลุ่ม กปปส.ที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี แล้วการเจรจาในครั้งนี้จะเป็นการกดดันนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า เรายังไม่ได้พูดถึงเนื้อหา ไม่ได้เป็นการกดดัน อีกทั้งยังไม่มีการพูดเรื่องนายกคนกลางหรือการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งแต่ อย่างใด เราแค่สนใจในการสร้างกลไกในการเจรจาเท่านั้น ซึ่งอันดับแรกต้องหาคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายให้ได้ก่อน ส่วนประเด็นในการออกแบบแนวทางการเจรจาและผลของการเจรจาเป็นเรื่องในอนาคต ทั้งสิ้น และ 6 องค์กรอิสระก็ไม่ได้รับผิดชอบในส่วนนี้ แต่เป็นคนกลางที่จะเป็นผู้ออกแบบ สังเคราะห์ในการเจรจาของทั้งสองฝ่าย
"การ เจรจาจะเกิดขึ้นได้ ถ้าทั้งสองฝ่ายปราณนาความสงบ ถ้าไม่เสนอรายชื่อมาก็ไม่จบ เท่ากับไม่สามารถหาคนกลางได้ ก็ไม่ต้องมีการเจรจา ทำสงครามกันต่อไป เราทอดบันได้ลงให้แล้วก็ต้องรู้จักใช้บันได ถ้าหากอยากจะชนช้าง ทำศึกยุทธหัตถี ทำประเทศชาติเสียหาย ดังนั้นใครที่ไม่ยอมเข้าร่วมการเจรจาก็ต้องรับผิดชอบ" นายสมชัยกล่าว
นาง ผานิตกล่าวว่า องค์กรอิสระจะให้เวลารัฐบาลและกลุ่มกปปส.เสนอรายชื่อคนกลางภายในเวลา 7 วัน โดยที่ประชุมจะมอบหมายให้นายโอกาส เป็นผู้ประสานงานคาดว่าจะทำหนังสือส่งไปยังคู่ขัดแย้งได้ไม่เกินวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) เพื่อให้สถานกาณ์เกิดการคลี่คลายเร็วขึ้น
เมื่อถามว่า หากหาคนกลางไม่ได้ต้องให้องค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติมาเป็นตัวกลาง หรือไม่ นางอมรา กล่าวว่า เราต้องมีความหวัง สังคมน่าจะมีคนที่สามารถหาทางออกให้ประเทศได้ เร็วเกินไปที่จะสมมติฐานว่าหาคนกลางไม่ได้ เพราะมันมีหลายขั้นตอนกว่าจะหาคำตอบได้แบบเบ็ดเสร็จ และทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนกลางเสนอ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น