7 องค์กรภาคธุรกิจ
เปิดเวทีกลางรับฟังความคิดเห็นเพื่อเสนอทางออกให้แก่ประเทศ
หลังปัญหาการเมืองยืดเยื้อ จนส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย
และความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ
ภาคธุรกิจทั้ง 7 องค์กร ได้จัดเวทีกลาง ครั้งที่ 1 เพื่อระดมความเห็นเสนอทางออกที่เป็นไปได้ต่อสังคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีตัวแทนภาคธุรกิจและองค์กรต่างๆ เข้าร่วมจำนวนมาก หลังได้รับฟังข้อเสนอการจัดตั้งสภาประชาชนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เมื่อวานนี้(12ธ.ค.56)
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า นักลงทุนต่างชาติเป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ และสับสนว่าการเมืองไทยจะมีทิศทางอย่างไร เห็นได้จากการชะลอลงทุนในไทยตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อาจกระทบต่อการลงทุน จากการที่ต่างชาติหันไปลงทุนในประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย แทน
เช่นเดียวกับ การบริโภคในประเทศ การส่งออกที่ลดลง การนำเข้าติดลบ สะท้อนว่ากำลังซื้อในอนาคตยังไม่ฟื้นตัว จึงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตไม่ถึงร้อยละ 3 สะท้อนจากยอดขายรถยนต์ที่เติบโตไม่ถึงเป้าหมาย 2 ล้าน 5 แสน 5 หมื่นคัน และกังวลผลกระทบอาจลากยาวถึงไตรมาสแรกปีหน้า
ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีความหวังการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์จะเกิดขึ้นได้ เพราะไม่ต้องการเห็นการคว่ำบาตรของนานาประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ที่มีสัดส่วนต่อจีดีพีสูงร้อยละ 60-70
ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ควรมีการหารือและมีทางออกสำหรับประเทศ ซึ่งทั้ง 7 องค์กรจะไม่ชี้นำข้อเสนอ เพื่อรักษาความเป็นกลาง
ทั้งนี้ นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย คาดว่า การจัดเวทีกลางของภาคเอกชน จะทำต่อเนื่องไปอีก 2-3 ครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกันภายในเดือน(ธ.ค.)นี้ โดยภาคเอกชน ยืนยันพร้อมรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และทุกเวทีที่เปิดให้เสนอความคิดเห็น มั่นใจข้อเสนอของเอกชนจะมีความเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใด เพื่อให้ประเทศมีทางออก
ภาคธุรกิจทั้ง 7 องค์กร ได้จัดเวทีกลาง ครั้งที่ 1 เพื่อระดมความเห็นเสนอทางออกที่เป็นไปได้ต่อสังคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีตัวแทนภาคธุรกิจและองค์กรต่างๆ เข้าร่วมจำนวนมาก หลังได้รับฟังข้อเสนอการจัดตั้งสภาประชาชนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เมื่อวานนี้(12ธ.ค.56)
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า นักลงทุนต่างชาติเป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ และสับสนว่าการเมืองไทยจะมีทิศทางอย่างไร เห็นได้จากการชะลอลงทุนในไทยตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อาจกระทบต่อการลงทุน จากการที่ต่างชาติหันไปลงทุนในประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย แทน
เช่นเดียวกับ การบริโภคในประเทศ การส่งออกที่ลดลง การนำเข้าติดลบ สะท้อนว่ากำลังซื้อในอนาคตยังไม่ฟื้นตัว จึงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตไม่ถึงร้อยละ 3 สะท้อนจากยอดขายรถยนต์ที่เติบโตไม่ถึงเป้าหมาย 2 ล้าน 5 แสน 5 หมื่นคัน และกังวลผลกระทบอาจลากยาวถึงไตรมาสแรกปีหน้า
ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีความหวังการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์จะเกิดขึ้นได้ เพราะไม่ต้องการเห็นการคว่ำบาตรของนานาประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ที่มีสัดส่วนต่อจีดีพีสูงร้อยละ 60-70
ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ควรมีการหารือและมีทางออกสำหรับประเทศ ซึ่งทั้ง 7 องค์กรจะไม่ชี้นำข้อเสนอ เพื่อรักษาความเป็นกลาง
ทั้งนี้ นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย คาดว่า การจัดเวทีกลางของภาคเอกชน จะทำต่อเนื่องไปอีก 2-3 ครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกันภายในเดือน(ธ.ค.)นี้ โดยภาคเอกชน ยืนยันพร้อมรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และทุกเวทีที่เปิดให้เสนอความคิดเห็น มั่นใจข้อเสนอของเอกชนจะมีความเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใด เพื่อให้ประเทศมีทางออก
13 ธันวาคม 2556 เวลา 11:21 น.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น