'พิเชษฐ' อดีต ส.ส.ปชป.
โพสต์แจงปัญหาโครงการรับจำนำข้าวเกี่ยวพัน 4 หน่วยงาน
ชี้กระทรวงการคลังไม่มีเงินมากพอชำระหนี้ชาวนาได้ต้องอาศัยเงินกู้
แต่รัฐบาลรักษาการณ์ไม่สามารถกู้เงินได้
พร้อมระบุทุกฝ่ายต้องเร่งช่วยเหลือปัญหาหนี้ของชาวนา
นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส.ปชป.
โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วานนี้ (17 ก.พ.)
เกี่ยวกับปัญหาโครงการรับจำนำข้าวที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
โดยได้เขียนชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่าเกี่ยวพันกับ 4 หน่วยงาน
โดยปัญหาขณะนี้คือ รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลรักษาการณ์มีข้อจำกัดตามกฏหมาย
และเดือนธันวาคมเป็นช่วงเงินคงคลังต่ำ
กระทรวงการคลังไม่มีเงินมากพอชำระหนี้ชาวนาได้ต้องอาศัยเงินกู้
แต่รัฐบาลรักษาการณ์ไม่สามารถกู้เงินได้
เพราะตามกฏหมายรัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำนิติกรรมหรือสร้างภาระผูกพันไปถึง
รัฐบาลหน้าได้ พร้อมระบุ หนี้ของชาวนา
เป็นหนี้ที่จำเป็นรีบด่วนต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายช่วยเหลือ
ชาวนาหน้าสนง.ปลัดกระทรวงกลาโหม
ปัญหาหนี้ค่าข้าวชาวนาเวลานี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวพันอยู่คือ
1 คณะกรรมการนโยบายข้าว(กนข.)
2 กระทรวงการคลัง (กค)
3 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)
4 ธนาคารออมสิน (ธส)
ความเกี่ยว
พันอินุงตุงนังคือ คณะกรรมการนโยบายข้าว(กนข) ซึ่งนายกรัฐมนครี เป็นประธาน
มอบหมายให้ กระทรวงการคลัง(กค) หาเงินใช้หนี้ค่าข้าวที่ค้างชาวนาอยู่ประมาณ
1.3 แสนล้าน บาท เพื่อ ใช้หนี้ชาวนาที่ ถึงกำหนด กระทรวงการคลัง
ขอให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้แก่ ธกส. เพื่อชำระหนี้ชาวนา
ผมบังเอิญเคยเกี่ยวข้องกับหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นทุกหน่วยงาน คือระหว่างปลายปี 2540 ถึง ต้นปี 2544 ผมเคยทำหน้าที่เป็น
-รองประธาน กนข.
-รมช.กค. (ผู้ดูแลกรมภาษี)
-ประธาน กก. ธกส.
-รมต.ผู้กำกับดูแล ธ ออมสิน
ปัญหาขณะนี้คือ
(1)รัฐบาลขณะ
นี้เป็นรัฐบาลรักษาการ มีข้อจำกัดตาม กฎหมายในการปฎิบัติราชการ
เพราะไปด่วนยุบสภา ผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 9 ธค. 56
ทั้งที่เป็นช่วงเริ่มปิดสมัย การประชุมสภา มีเวลาอีก2
เดือนที่จะบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหา
หนี้ชาวนาให้เสร็จสิ้นก่อน แต่กลับยุบสภาทำให้ตกฐานะรัฐบาลรักษาการ
(2)เดือนธันวาคมเป็นช่วงสิ้นปี เงินคงคลังต่ำ เงินจะมาจากภาษีเข้าในช่วง มค.-มีค. ของทุกปี
(3)กค.ไม่มี
เงินมากพอชำระหนี้ชาวนาได้ ต้องอาศัยเงินกู้ แต่
รัฐบาลรักษาการถูกจำกัดตามกม.ไม่อาจทำนิติกรรมหรือสร้างภาระผูกพันรัฐบาล
หน้าได้ จึงไม่สามารถกู้เงินได้
และไม่สามารถกระทำการใดในลักษณะสัญญาว่าจะให้ผูกพันรัฐบาลหน้าได้ จึงไม่อาจ
กู้เงินจาก ธกส. โดยตรง หรือจากธนาคารทั่วไป(อินเตอร์แบงค์)ได้
กระทรวงการ
คลังในฐานะเจ้าของธนาคารออมสินจึงขอให้ ธ.ออมสินปล่อยเงินกู้ให้แก่
ธกส.(ซึ่ง กค.ถือหุ้นอยู่เกือบ ร้อยละ90) เพื่อเลี่ยงการที่
กค.จะต้องกู้เงินจาก ธ.ออมสินโดยตรง
ซึ่งปกติเงินจากธนาคารออมสินส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดก็มักจะปล่อยกู้ให้แก่
กระทรวงการคลังอยู่แล้ว
ข้อผิดพลาดของรัฐบาล
(1)
ทันทีที่พรรค ปชป.ประกาศลาออกเมื่อวันที่8 ธันวาคม 2556
รัฐบาลประกาศยุบสภาทันทีในวันที่ 9 ธค.56 เพื่อหวังผลทางการเมือง
ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นในทางนิติบัญญัติ เนื่องจากขณะนั้นเพิ่งจะมี
พรฎ.ปิดสมัยประชุมถึงประมาณ 2 เดือน ไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุม
(2) ก่อนยุบสภา รัฐบาลน่าจะคำนึงถึงข้อจำกัดรัฐบาลรักษาการ และดำเนินการเพื่อการชำระ หนี้ชาวนาให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
แต่กลับมองข้ามปัญหา
(3)
รัฐบาลโดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่เคยมีใคร
ออกมาชี้แจงปัญหาให้ประชาชนทั่วไป และชาวนาทั้งหมด ได้เข้าใจ ทำให้เกิดความ
สับสนไปหมด จนมีผู้ไปปิด บัญชีถอนเงินจาก ธ.ออมสิน
ทำให้เกิดผลกระทบต่อธนาคารทั่วไป
ธนาคารออมสิน
เคยให้กระทรวงการคลังกู้เงินไปทำโครงการกองทุนหมู่บ้านเมื่อประมาณปี
2545ถึง 8หมื่นล้านบาท ตั้งงบประมาณคืนปีละ1หมื่นล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย
บัดนี้ก็ได้ใช้หนี้ครบถ้วนไปแล้วโดยไม่มีปัญหาใดๆ หากจะกู้ ธ. ออมสินสัก 4
หมื่นล้านบาท เพื่อชำระหนี้ ให้แก่ชาวนา ก็ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ
หนี้ค่าข้าว
ของชาวนา เป็นการที่รัฐบาลต้องชำระหนี้ตามใบประทวนสินค้า
ไม่ใช่เงินทดแทนหรือชดเชย นอกจากต้นเงินตามใบประทวนแล้ว รัฐบาลผู้ผิดนัด
มีหน้าที่ต้องชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามยอดหนี้และเวลาที่
ค้างชำระหนี้ให้แก่ชาวนาด้วย
ผมประกาศวาง
มือทางการเมืองแล้ว จึงไม่มีเจตนาจะ เขียนอะไรเพื่อผลในทางการเมือง
เห็นว่าหนี้ของชาวนา เป็นหนี้ที่จำเป็นรีบด่วน
ต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายช่วยเหลือชาวนาผู้เป็นเจ้าหนี้โดยรีบด่วนที่สุด
วิธีการช่วย
เหลือด้วยกลไกของกระทรวงการคลังมีหลายอย่างหลายประการ
ข้อสำคัญคือต้องยอมรับในความผิดพลาด
และทำความเข้าใจในปัญหากับประชาชนอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องกลัวเสีนหน้า
พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล
17-02-57
by
Phennapha
18 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 11:36 น.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น