แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557

ประชาไท : เสียงรากหญ้า(อยากเลือกตั้ง) : ตอบคำถามแทงใจ โง่-ขายเสียง

ที่มา Thai E-News



Published on Jan 30, 2014
สำรวจความคิดเห็นคนชนบทที่ทำงานในกรุงเทพฯ ช่วงก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเรื่อ­งเลื่อนเลือกตั้ง คุยทั้งอาชีพ กรรมกร ขายของ แม่บ้าน ถึงประเด็นแห่งยุคสมัย คนชนบทเป็นเสียงไม่มีคุณภาพจริงหรือไม่ การศึกษาน้อย ขายเสียง คิดอย่างไรกับข้อครหาเหล่านี้ ... ติดตามได้จากคนชนบทตัวเป็นๆ
ที่มา : http://prachatai.com/journal/2014/01/...

เสียงรากหญ้า(อยากเลือกตั้ง): ตอบคำถามแทงใจ โง่-ขายเสียง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ทำให้เห็น พื้นฐานความคิดของผู้คนสังคมไทยชัดเจนขึ้น ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องความเท่ากันของคน อันเป็นหลักใหญ่ใจความของระบอบประชาธิปไตย แต่บ้างก็ว่าเป็นหลุมพรางแห่งความฉ้อฉลในการเมืองไทย

ท่ามกลางข้อถกเถียงทางชนชั้น หรือในทางคุณภาพกับปริมาณ ตลอดจนข้อกล่าวหาต่างๆ ที่พุ่งไปยังชาวชนบทไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การขายเสียง อันเป็นอุปสรรคในการพัฒนาการเมืองไทย คำถามหนึ่งที่ผุดขึ้นมาคือ แล้วพวกเขาคิดอย่างไรกับข้อครหานี้ คลิปวิดีโอนี้จึงถูกจัดทำขึ้นจากเหตุแห่งความสงสัยดังกล่าว ในช่วงก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญคำมีคำวินิจฉัยเรื่องเลื่อนเลือกตั้งไม่นานนัก  

อนันต์ เป็นชายหนุ่มชาวขอนแก่น เขาและทีมงานรับเหมาตกแต่งต่อเติมอาคารสถานที่ เขากล่าวว่า เขาต้องการไปเลือกตั้ง แม้แต่การเลือกตั้งระดับ อบต.พวกเขาก็ยังไปใช้สิทธิกัน เขามีบุคลิกโผงผางเมื่อถามถึงข้อครหาไม่ว่าเรื่องการศึกษาหรือขายเสียงเขา มักจะมีอารมณ์ โวยวายและลุกหนี คำถามนั้นถามกว้างๆ แต่คำตอบนั้นระบุจำเพาะปฏิบัติการบอยคอตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง อย่างชัดเจน สะท้อนการติดตามข่าวสารการเมืองของเขาอย่างดี เขายังอธิบายโดยยอมรับด้วยว่าการซื้อเสียงนั้นเป็นปกติในพื้นที่ต่างจังหวัด ก็จริงแต่ทุกพรรคต่างก็ทำเช่นนั้น และเป็นชาวบ้านเองที่เป็นผู้ตัดสินใจว่าอยากได้พรรคไหน

ลุงยงค์คนขายน้ำอ้อย มาจากจังหวัดอุบล เป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่กรุงเทพฯ และยึดอาชีพขายน้ำอ้อยมานาน เขาอยากเลือกตั้งโดยให้เหตุผลว่าเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่ปฏิบัติกันมา นาน เมื่อพูดถึงการศึกษาเขาบอกว่าคนอีสานก็มีความรู้ทางการเมืองเหมือนกัน และรู้สึกไม่ดีกับการดูถูกของคนกรุงเทพฯ ส่วนเรื่องการขายเสียงเขาว่า มันมีกันทุกที่ และในกรุงเทพฯ บางทีอาจจะมากกว่าในต่างจังหวัดเสียอีกโดยหยิบยกประสบการณ์ที่เขาอยู่ใน กรุงเทพฯ เห็นกรุงเทพฯ มานาน


ลออ มาจากจังหวัดพิจิตร เธอเป็นช่างปูนของบริษัทก่อสร้างใหญ่แห่งหนึ่ง เธอว่ารายได้จากงานก่อสร้างนั้นดีกว่าการทำนาทำสวนที่บ้าน ทั้งยังได้รับสวัสดิการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม วันหยุดพักร้อนก็มีให้อย่างเป็นระบบ เธอยึดอาชีพนี้มานานนับสิบปีแต่บางช่วงก็กลับไปอยู่บ้าน เธอและพรรคพวกสร้างคอนโดใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯมาแล้วนับไม่ถ้วน

เมื่อถามนอกรอบถึงค่าแรง เพื่อนของเธอที่ล้อมวงคุยอยู่ด้วยกล่าวว่า เมื่อก่อนระดับกรรมกรจะอยู่ตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำของช่วงนั้นๆ และค่อยๆ ขยับทีละสองสามบาท จนล่าสุด ก่อนที่จะขึ้นค่าแรง 300 บาท ค่าจ้างของกรรมกรขึ้นพรวดจาก 230 กว่าบาท

“ขึ้นแบบกระโดดเลย ยิ้มกันเลย ข้าวของเขาบอกว่าแพงขึ้นก็ไม่เป็นไรหรอก ค่าแรงมันแพงขึ้นกว่าเดิมเยอะ สำหรับพวกแรงงานไม่มีฝีมืออะนะ” กรรมกรหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนลออสะท้อนแนวคิด
เธอคิดว่าการเลือกตั้งจะเป็นหนทางแก้ปัญหาไม่ให้ “ไปกันใหญ่” เธออกว่าเตรียมจะลงทุนกลับไปเลือกตั้ง ยอมเสียค่าโอทีทำงานวันอาทิตย์ 600-700 บาทและเสียค่ารถกลับบ้านเอง

เมื่อถามถึงข้อครหาว่าคนชนบทไม่มีการศึกษาและขายเสียง เธอกล่าวว่า “คนที่พูดคงไม่ทันได้คิด คนต่ำก็ต้องอาศัยคนสูง คนสูงก็ต้องอาศัยคนต่ำ ความคิดอย่างนี้ไม่ถูก คนจน เราทำงานอย่างนี้ก็จริงแต่ไม่ได้คดโกงใคร มีประชาธิปไตยเราก็อยากใช้ตรงนี้”

“เราก็มีสิทธิเท่าคนอื่น เราทำงานเขาก็หักภาษีเหมือนกัน ทำงานไม่ใช่ว่าไม่เสียภาษี”
“ฟังแล้วมันก็เฉยๆ แต่บางครั้งมันก็นึกเหมือนกัน เลือกชั้นวรรณะมันก็คิดเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้โกรธเขาหรอก”
วิลาวรรณ ชาวขอนแก่น แม่บ้านในสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งกล่าวว่า เธอเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งเนื่องจากมันทำให้เธอซึ่งไม่ได้มีการศึกษา ระดับปริญญาเอกเหมือนอาจารย์ต่างๆ มีความรู้สึกเท่าเทียมกัน รู้สึกเป็นหนึ่งเสียงที่เป็นที่ต้องการ

"ไม่ใช่ว่าห้าคนต่อคนไม่ใช่ ไม่ใช่เราไปรวมกันกู้ ธกส.นี่ เรามีสิทธิหนึ่งใช่ไหม"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น