ที่มา Thai E-News
แปลและเรียบเรียงโดย สลักธรรม โตจิราการ
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสท์ 16 มกราคม 2557
(หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสท์เป็นหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศของสหรัฐ
อเมริกา มีอายุนับศตวรรษ
และได้รับการยกย่องในมาตรฐานข่าวในลำดับต้นๆของสหรัฐอเมริกา)
“การประท้วงต่อต้านประชาธิปไตยในประเทศไทยสมควรได้รับคำตำหนิจากสหรัฐฯ”
(ฉบับภาษาอังกฤษ อ่านได้ที่
http://www.washingtonpost.com/opinions/thailands-anti-democracy-protests-merit-a-rebuke-from-the-us/2014/01/15/ca2205a8-7e1b-11e3-95c6-0a7aa80874bc_story.html)
การประท้วงต่อต้านประชาธิปไตยกลายเป็นความโน้มเอียงที่ไม่เหมาะสมซึ่งกำลัง
เกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายเนื่องจากการเลือกตั้งไปท้าทายกลุ่มชน
ช้ันนำที่ฝังรากลึกในสังคม
กรณีล่าสุดคือประเทศไทยที่ผู้ประท้วงหลายพันคนยึดครองถนนเมื่อวันจันทร์ที่
ผ่านมา (13 มกราคม พ.ศ.2557-ผู้แปล)
เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอันบริสุทธิ์ยุติธรรมลาออก
ให้สภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่แทนและให้ยกเลิกการเลือกตั้งซึ่ง
จะมีขึ้นในเดือนหน้า
ยุทธศาสตร์ของกลุ่มผู้ชุมนุมคือก่อกวนกรุงเทพฯจนถึงจุดที่รัฐบาลรู้สึกว่า
ถูกบีบให้ลาออกหรือถูกทหารไล่ออกไป
ยุทธวิธีแบบเดียวกันเคยประสบผลสำเร็จในการขับไล่รัฐบาลที่นำโดยอดีตนายก
รัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรและกลุ่มผู้สนับสนุนมาแล้ว 2 ชุด ตั้งแต่ ปี
ค.ศ.2006 (พ.ศ.2549) และชุดที่ 3 โดยคำตัดสินของศาลที่น่าเคลือบแคลง
ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ
ชินวัตรยืนหยัดมั่นคงอย่างที่ควรจะเป็น
แต่เธอควรจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกามากกว่านี้ในการปฏิเสธทางออก
จากวิกฤตินี้ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
เป็นเรื่องตลกร้ายอย่างมากที่สิ่งที่เหมือนเป็นความพยายามก่อรัฐประหารได้
รับการสนับสนุนจากบุคคลหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์
ปัญหาของพรรคนี้กับระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นตั้งแต่การแพ้เลือกตั้งเมื่อ
ค.ศ. 2001 (พ.ศ.2544)
ที่ขบวนการของทักษิณสามารถขึ้นสู่อำนาจได้เป็นครั้งแรก
พรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวแทนของชนชั้นกลางและชนชั้นสูงในกรุงเทพ
ทักษิณซึ่งเป็นนักธุรกิจพันล้านที่ต้องลี้ภัยอยู่ต่างแดนในเวลานี้เป็นนัก
ประชานิยมซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาวไทยกลุ่มที่เคยถูกทอดทิ้งมาก่อน
ได้แก่กลุ่มคนจนในเมืองและชนบททางอีสาน
แม้ว่าเขาจะใช้อำนาจเกิดขอบเขตและเคยละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงที่เขาอยู่ใน
ตำแหน่ง แต่รัฐบาลของเขาได้รับการเลือกตั้งมาอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม
เช่นเดียวกับรัฐบาลของยิ่งลักษณ์
ในช่วงสิบปีแห่งความขัดแย้งทางการเมืองและความขัดแย้งบนท้องถนนที่ผ่านมา
ขบวนการฝ่ายทักษิณดูเหมือนจะมีวุฒิภาวะมากขึ้น
รัฐบาลยิ่งลักษณ์สามารถดำเนินงานไปได้อย่างราบรื่นจนกระทั่งเธอพยายามผ่าน
ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมซึ่งจะอนุญาตให้พี่ชายของเธอกลับบ้านได้
แต่ในขณะเดียวกันฝ่านค้านก็กลายเป็นพวกหัวรุนแรงมากขึ้น
ในยามนี้พวกผู้นำฝ่ายค้านเลิกอ้างตนว่าเป็นนักเสรีประชาธิปไตยที่พยายามแค่
จะแก้ไขการทำผิดของทักษิณอย่างที่เคยทำมาก่อนแล้วแต่มุ่งหมายอย่างชัดเจนที่
จะจัดตั้งระบอบที่จะให้อำนาจชนกลุ่มน้อยและ
“ลบล้าง”ทักษิณและตระกูลของเขาจากการเมือง
การต่อต้านแนวทางดังกล่าวควรจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับสหรัฐอเมริกาซึ่งมีความ
สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านความมั่นคงกับประเทศไทย
แต่เช่นเดียวกับตอนที่ชาวอียิปต์บางส่วนพยายามยั่วยุให้เกิดรัฐประหารเพื่อ
โค่นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว
การตอบสนองจากรัฐบาลที่นำโดยโอบามาถือว่าอ่อนแรงมาก
โฆษกกระทรวงต่างประเทศได้ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาขอให้มีการแก้ไข
วิกฤติการณ์ผ่าน “กระบวนการประชาธิปไตย” และชื่นชม
“ความอดทน”ของรัฐบาลในการจัดการกับผู้ชุมนุม
อย่างไรก็ตาม คณะบริหารชุดนี้ (คณะบริหารของประธานาธิบดีโอบาม่า – ผู้แปล)
ยังไม่ได้สำแดงให้ชัดว่าการรัฐประหารไม่ว่าจะโดยทหารหรือจากการจลาจลบนท้อง
ถนนเป็นสิ่งที่สหรัฐฯรับไม่ได้
หรือแจ้งว่าการรัฐประหารจะทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องหยุดความช่่วยเหลือและความ
ร่วมมือด้านความมั่นคงเพราะกฎหมายสหรัฐฯบังคับให้ต้องตัดความช่วยเหลือใน
กรณีเช่นนั้น
ทว่าตั้งแต่คณะบริหารชุดนี้ไม่ทำตามข้อบังคับดังกล่าวตอนที่เกิดรัฐประหาร
โดยทหารในอียิปต์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว
กลุ่มติดอาวุธต่อต้านประชาธิปไตยในไทยอาจฮึกเหิมด้วยรู้สึกว่าคณะบริหารของ
โอบาม่าจะอดทนต่อพวกเขาเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่ควรได้รับการส่งเสริมเช่นนั้น
ชัยชนะของพลังฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตยรังแต่จะนำไปสู่ความรุนแรงและความไร้
เสถียรภาพมากขึ้นเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นที่กรุงไคโร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น