15 ม.ค.2557
กลุ่มโลกสวยเพื่อการปฏิรูปการเมืองตามวิถีประชาธิปไตยด้วยสันติวิธี
ซึ่งเป็นการวมตัวของนักพัฒนาเอกชนจำนวนหนึ่งนำเสนอโมเดลรูปธรรมล่าสุดให้
นายกฯ ลาออก ตั้งรองนายกฯ รักษาการแทน
พร้อมตั้งคณะกรรมการปฏิรูปจากทุกภาคส่วน
เพื่อรวบรวมข้อเสนอในการปฏิรูปและจัดทำประชามติพร้อมการเลือกตั้ง
หลังจากนั้นให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีวาระเฉพาะในการปฏิรูป
มีวาระปฏิบัติงาน 2 ปี
ก่อนหน้านี้กลุ่มโลกสวยฯ ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของ กปปส.ที่ให้รัฐบาลรักษาการณ์ลาออก แต่ต้องการให้มีการปฏิรูปตามข้อเรียกร้องของกปปส.และภาคส่วนอื่นๆ ผ่าน “สภาเพื่อการปฏิรูป” ซึ่งรัฐบาลควรออกเป็น พ.ร.ก.จัดตั้งก่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. (อ่านแถลงการณ์ฉบับเก่า)
รายละเอียข้อเสนอล่าสุดมี ดังนี้
การเลือกตั้งซึ่งควรเป็นแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งพื้นฐานจะกลายเป็นชนวน ของการสร้างความขัดแย้งเสียเอง การเลือกตั้งที่จะมาถึงเพื่อให้สามารถได้จำนวนผู้แทนราษฎรถึง 95% จะเป็นการ เลือกตั้งเลือด และแม้จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ รัฐบาลดังกล่าวจะขาดการยอมรับจากประชาชนจำนวนมาก ความขัดแย้งทางสังคมครั้งใหญ่รออยู่ข้างหน้า ประเทศไทยจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวท่ามกลางเปลวเพลิง
เราเชื่อว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะแก้ปัญหาวิกฤตครั้งนี้ได้ โดยการยึดหลักประชาธิปไตย สันติวิธี และมีความชอบธรรม ทั้งนี้โดยที่สามารถตอบสนองข้อเรียกร้องของ “มวลมหาประชาชน” และประชาชนฝ่ายต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง
ข้อเสนอทางเลือกเพื่อให้ฝ่ายรัฐบาล กปปส. พรรคฝ่ายค้าน และมวลชนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณา มีดังต่อไปนี้
1. นายกรัฐมนตรีรักษาการลาราชการโดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีที่ทุกฝ่าย ยอมรับได้มากที่สุดมาทำหน้าที่แทนเพื่อดูแลการเลือกตั้งและเริ่มต้นการ ปฏิรูปการเมือง
รองนายกฯที่ทำหน้าที่แทนนายกฯรักษาการ มีหน้าที่สำคัญหลักที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3-5 เดือนก่อนการเลือกตั้ง ดังนี้
1.1 จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองซึ่งมีองค์ประกอบจากประชาชนทุกกลุ่ม
นักวิชาการ กลุ่มธุรกิจ ภาคประชาสังคม และตัวแทนจากฝ่ายการเมือง ในทางปฏิบัติ การจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อให้เป็นที่ยอมรับนั้นต้องมีการปรึกษาหารือกับ ทุกกลุ่มและเป็นที่ยอมรับกันได้มากที่สุด
1.2 คณะกรรมการปฏิรูปฯดำเนินการรวบรวมประเด็นสำคัญและข้อเสนอในการปฏิรูปทาง การเมือง และอาจรวมไปถึงข้อเสนอการปฏิรูปสังคมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การขจัดความเหลื่อมล้ำ นโยบายประชานิยมที่ไม่ยั่งยืน ฯลฯ ออกแบบให้ประชาชนได้ลงประชามติทั้งเรื่องลำดับความสำคัญและแนวทางการปฏิรูป โดยดำเนินไปพร้อมกับการเลือกตั้งที่จะมาถึง
2. พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งออกไปโดยให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นโดยเร็วภายใน 3-5 เดือน
2.1 เปิดการเจรจากับพรรคฝ่ายค้านและมวลชนทุกฝ่ายเพื่อให้พรรคฝ่ายค้านยอมรับที่ จะลงเลือกตั้งและประชาชนที่ชุมนุมอยู่พร้อมที่จะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
2.2 ประเด็นปัญหาข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้น อาจนำเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หรือการพิจารณาหาทางออกโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
2.3 ประสานงานกับพรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อทำสัตยาบันให้การเลือกตั้งที่จะ มาถึงให้เป็น “การเลือกตั้งเพื่อการปฏิรูปการเมือง” พรรคการเมืองจะหาเสียงโดยนำเสนอประเด็นสำหรับการปฏิรูปทางการเมืองเป็นหลัก เท่านั้น
3. จัดตั้ง “รัฐบาลเพื่อการปฏิรูปการเมือง” ที่มาจากการเลือกตั้ง มีหน้าที่หลักในการทำ งานกับรัฐสภาเพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดการปฏิรูปการเมืองตามข้อเสนอของคณะ กรรมการปฏิรูปฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการปฏิรูปทางการเมือง(และสังคม)ซึ่งได้จากการทำ ประชามติ
รัฐสภาจะเป็นกลไกหลักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตราและปรับปรุงกฎหมายที่จำเป็นเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปทางการเมือง ตามเจตนารมณ์ของประชาชนซึ่งผ่านการลงประชามติและการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา
รัฐบาลนี้มีภารกิจเพื่อการปฏิรูปการเมืองเป็นหลัก ส่วนหน้าที่อื่นๆเป็นหน้าที่กำกับบริหารงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ภารกิจทั่วๆไป ส่วนนโยบายและโครงการขนาดใหญ่ที่เป็นสาเหตุของความขัดแย้งต่างๆต้องยุติเอา ไว้ก่อน ทั้งนี้โดยมีอายุการบริหารงานไม่เกิน 2 ปี หลังจากนั้นประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งภายใต้กรอบกติกาตาม กระบวนการประชาธิปไตย
ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งแบ่งฝ่าย ที่ประชาชนกลุ่มหนึ่งยืนยันสิทธิในการเลือกตั้ง-ประชาธิปไตย และอีกกลุ่มหนึ่งเรียกร้องสังคมที่ปราศจากการทุจริตคอรัปชั่นและการใช้เสียง ข้างมากอย่างไม่ชอบธรรมนั้น การยึดหลักสันติวิธี การประนีประนอมของทุกฝ่าย โดยเริ่มต้นการปฏิรูปอย่างจริงจังภายใต้วิถีทางประชาธิปไตยที่ยึดโยงกับ ประชาชน พร้อมทั้งดำเนินการให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็ว จึงเป็นทางออกสำคัญของประเทศ
เพราะสังคมอุดมคติของคนทั้งสองฝ่ายและคนไทยทั้งหมด คือสังคมประชาธิปไตยที่ปลอดพ้นไปจากทุจริตคอรัปชั่น การใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม บนสิทธิที่เท่าเทียมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
ก่อนหน้านี้กลุ่มโลกสวยฯ ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของ กปปส.ที่ให้รัฐบาลรักษาการณ์ลาออก แต่ต้องการให้มีการปฏิรูปตามข้อเรียกร้องของกปปส.และภาคส่วนอื่นๆ ผ่าน “สภาเพื่อการปฏิรูป” ซึ่งรัฐบาลควรออกเป็น พ.ร.ก.จัดตั้งก่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. (อ่านแถลงการณ์ฉบับเก่า)
รายละเอียข้อเสนอล่าสุดมี ดังนี้
ข้อเสนอทางออกทางการเมืองกรณีการเลื่อนเลือกตั้งและปฏิรูปการเมือง
โดยยึดหลักประชาธิปไตยและสันติวิธี
กลุ่มโลกสวยเพื่อการปฏิรูปการเมืองตามวิถีประชาธิปไตยด้วยสันติวิธี
เห็นว่าการเดินหน้าเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์
โดยปราศจากความเห็นพ้องต้องกันที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านปฏิเสธลงสมัครรับ
เลือกตั้ง การต่อต้านของ “มวลมหาประชาชน”
และที่สำคัญที่สุดปราศจากข้อเสนอแนวทางและเนื้อหาการปฏิรูปการเมืองที่หลาย
ฝ่ายเห็นชอบ จะนำไปสู่วิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่ของประเทศโดยยึดหลักประชาธิปไตยและสันติวิธี
การเลือกตั้งซึ่งควรเป็นแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งพื้นฐานจะกลายเป็นชนวน ของการสร้างความขัดแย้งเสียเอง การเลือกตั้งที่จะมาถึงเพื่อให้สามารถได้จำนวนผู้แทนราษฎรถึง 95% จะเป็นการ เลือกตั้งเลือด และแม้จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ รัฐบาลดังกล่าวจะขาดการยอมรับจากประชาชนจำนวนมาก ความขัดแย้งทางสังคมครั้งใหญ่รออยู่ข้างหน้า ประเทศไทยจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวท่ามกลางเปลวเพลิง
เราเชื่อว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะแก้ปัญหาวิกฤตครั้งนี้ได้ โดยการยึดหลักประชาธิปไตย สันติวิธี และมีความชอบธรรม ทั้งนี้โดยที่สามารถตอบสนองข้อเรียกร้องของ “มวลมหาประชาชน” และประชาชนฝ่ายต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง
ข้อเสนอทางเลือกเพื่อให้ฝ่ายรัฐบาล กปปส. พรรคฝ่ายค้าน และมวลชนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณา มีดังต่อไปนี้
1. นายกรัฐมนตรีรักษาการลาราชการโดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีที่ทุกฝ่าย ยอมรับได้มากที่สุดมาทำหน้าที่แทนเพื่อดูแลการเลือกตั้งและเริ่มต้นการ ปฏิรูปการเมือง
รองนายกฯที่ทำหน้าที่แทนนายกฯรักษาการ มีหน้าที่สำคัญหลักที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3-5 เดือนก่อนการเลือกตั้ง ดังนี้
1.1 จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองซึ่งมีองค์ประกอบจากประชาชนทุกกลุ่ม
นักวิชาการ กลุ่มธุรกิจ ภาคประชาสังคม และตัวแทนจากฝ่ายการเมือง ในทางปฏิบัติ การจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อให้เป็นที่ยอมรับนั้นต้องมีการปรึกษาหารือกับ ทุกกลุ่มและเป็นที่ยอมรับกันได้มากที่สุด
1.2 คณะกรรมการปฏิรูปฯดำเนินการรวบรวมประเด็นสำคัญและข้อเสนอในการปฏิรูปทาง การเมือง และอาจรวมไปถึงข้อเสนอการปฏิรูปสังคมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การขจัดความเหลื่อมล้ำ นโยบายประชานิยมที่ไม่ยั่งยืน ฯลฯ ออกแบบให้ประชาชนได้ลงประชามติทั้งเรื่องลำดับความสำคัญและแนวทางการปฏิรูป โดยดำเนินไปพร้อมกับการเลือกตั้งที่จะมาถึง
2. พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งออกไปโดยให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นโดยเร็วภายใน 3-5 เดือน
2.1 เปิดการเจรจากับพรรคฝ่ายค้านและมวลชนทุกฝ่ายเพื่อให้พรรคฝ่ายค้านยอมรับที่ จะลงเลือกตั้งและประชาชนที่ชุมนุมอยู่พร้อมที่จะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
2.2 ประเด็นปัญหาข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้น อาจนำเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หรือการพิจารณาหาทางออกโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
2.3 ประสานงานกับพรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อทำสัตยาบันให้การเลือกตั้งที่จะ มาถึงให้เป็น “การเลือกตั้งเพื่อการปฏิรูปการเมือง” พรรคการเมืองจะหาเสียงโดยนำเสนอประเด็นสำหรับการปฏิรูปทางการเมืองเป็นหลัก เท่านั้น
3. จัดตั้ง “รัฐบาลเพื่อการปฏิรูปการเมือง” ที่มาจากการเลือกตั้ง มีหน้าที่หลักในการทำ งานกับรัฐสภาเพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดการปฏิรูปการเมืองตามข้อเสนอของคณะ กรรมการปฏิรูปฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการปฏิรูปทางการเมือง(และสังคม)ซึ่งได้จากการทำ ประชามติ
รัฐสภาจะเป็นกลไกหลักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตราและปรับปรุงกฎหมายที่จำเป็นเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปทางการเมือง ตามเจตนารมณ์ของประชาชนซึ่งผ่านการลงประชามติและการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา
รัฐบาลนี้มีภารกิจเพื่อการปฏิรูปการเมืองเป็นหลัก ส่วนหน้าที่อื่นๆเป็นหน้าที่กำกับบริหารงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ภารกิจทั่วๆไป ส่วนนโยบายและโครงการขนาดใหญ่ที่เป็นสาเหตุของความขัดแย้งต่างๆต้องยุติเอา ไว้ก่อน ทั้งนี้โดยมีอายุการบริหารงานไม่เกิน 2 ปี หลังจากนั้นประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งภายใต้กรอบกติกาตาม กระบวนการประชาธิปไตย
ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งแบ่งฝ่าย ที่ประชาชนกลุ่มหนึ่งยืนยันสิทธิในการเลือกตั้ง-ประชาธิปไตย และอีกกลุ่มหนึ่งเรียกร้องสังคมที่ปราศจากการทุจริตคอรัปชั่นและการใช้เสียง ข้างมากอย่างไม่ชอบธรรมนั้น การยึดหลักสันติวิธี การประนีประนอมของทุกฝ่าย โดยเริ่มต้นการปฏิรูปอย่างจริงจังภายใต้วิถีทางประชาธิปไตยที่ยึดโยงกับ ประชาชน พร้อมทั้งดำเนินการให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็ว จึงเป็นทางออกสำคัญของประเทศ
เพราะสังคมอุดมคติของคนทั้งสองฝ่ายและคนไทยทั้งหมด คือสังคมประชาธิปไตยที่ปลอดพ้นไปจากทุจริตคอรัปชั่น การใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม บนสิทธิที่เท่าเทียมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น