คอลัมน์ ที่เห็นและเป็นไป
ความขัดแย้งทางการเมืองที่ต่างฝ่ายต่างมีมวลชนสนับสนุนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และต่างแข็งกร้าวและยืนกรานในเหตุผลของฝ่ายตัว
ก่อให้เกิดการพูดถึง ความรุนแรง และ สงครามกลางเมือง ถี่ขึ้น
แม้ จะขัดแย้งในระดับที่ไม่มีทางคุยกันรู้เรื่อง แต่ทุกฝ่ายได้แสดงออกมาชัดเจนเหมือนกันอย่างหนึ่งว่า ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง ต้อง หลีกหนีสงครามกลางเมือง
ฝ่ายรัฐบาลพยายามอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูที่จะหนีห่างจากความรุนแรง
ฝ่ายผู้ต่อต้านชูประเด็นนี้เพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาล ตำรวจพยายามอย่างที่สุดที่จะดูแลสถานการณ์โดยไม่ให้เสียเลือดเสียเนื้อ
ที่ประกาศแล้วประกาศอีกคือ ผู้นำกองทัพ ที่จะไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน ไม่ว่าฝ่ายไหน
องค์กรอิสระทั้งหลายที่มีอำนาจท่วมท้นในยุคนี้ แสดงเจตนารมณ์เหมือนกัน จะทำให้ไม่ต้องเผชิญหน้ากันรุนแรง
เช่นเดียวกับองค์กรทางวิชาการที่เอาการหลีกหนีสงครามการเมืองเป็นโจทย์สำคัญที่สุดที่จะต้องแก้
ไม่มีใครอยากให้เกิดความรุนแรง
แต่ทว่าใน ความไม่อยากร่วมกัน นั้น กลับมีความพยายามที่จะใช้ ความไม่อยาก มาเป็นอาวุธสำหรับเล่นงานต่อไป
ท่ามกลางเสียงประกาศว่าจะหลบเลี่ยงความรุนแรง บางฝ่ายเดินหน้ายั่วยุชนิดแทบไม่เลือกวิธีการเหมือนตั้งใจจะให้สถานการณ์ไปสู่ความรุนแรง
เหมือนจะใช้ประโยชน์ที่ทุกฝ่ายพยายามหลบเลี่ยงและยินยอมถอยให้ เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงนั้นมาเป็นประโยชน์กับเกมรุกของตัวเอง
ความพยายามหลีกหนีความรุนแรง ของฝ่ายหนึ่งกลับกลายเป็นช่องทางให้อีกฝ่ายหนึ่งอาศัยเป็นจุดอ่อนที่จะโจมตี เพื่อให้บรรลุชัยชนะของฝ่ายตัว
แถมเป็นการสมคบกับที่จะใช้ ความกลัวจะเกิดความรุนแรง เป็นเหตุผลที่จะต้อนอีกฝ่ายหนึ่งให้ตกเวทซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด
ถึงวันนี้ มีแนวโน้มที่เห็นได้มากขึ้นว่า สถานการณ์จะไปจบในจุดไหน
ม็อบของ กปปส. รุกไล่ เที่ยวกระจายไปปิดสถานที่ต่างๆ บางชุดถึงขั้นเข้าไปทุบทำลายป้ายของหน่วยราชการ อย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไล่นักเรียนไม่ให้เข้าเรียน ปิดล้อมมัสยิดไม่ให้ทำพิธี ซึ่งล้วนแล้วแต่ยั่วยุให้เกิดความโกรธแค้นองค์กรอิสระแทบทุกองค์กรเร่งคดี ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลในทิศทางที่คาดเอาแทบไม่พลาด
ขณะที่ กองทัพ อ้างถึงความรุนแรงเพื่อที่จะไม่เป็นกลไกให้รัฐจัดการให้เกิดความสงบในบ้านเมือง
ความกลัวความรุนแรง จึงเป็นอาวุธที่ทรงพลานุภาพที่จะต้อนให้รัฐบาลให้เดินไปสู่หน้าผา
หากไม่คุกเข่ายอมจำนน ก็ต้องถูกกดดันให้ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดหน้าผา
เพื่อ หนีการใช้ความรุนแรง
สถานการณ์นี้เคลื่อนไปสู่สภาพเช่นนี้ แทบไม่ต้องคาดเดาว่าที่สุดแล้วในเฉพาะหน้านี้ใครจะชนะ
เมื่อฝ่ายหนึ่งต้อง หลีกหนีความรุนแรง โดยต้องยอมสูญเสียฐานที่มั่น หลักยึดไปทีละหลัก ถอยร่นไปเรื่อยๆ ขณะที่อีกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันใช้ ความกลัวความรุนแรง นั้นเป็นช่องทางบดขยี้ต่อเนื่อง และทุกทิศทาง
ถึงขณะนี้ ยิ่งนับวันยิ่งมองไม่เห็นว่า ประชาธิปไตย จะยังยืนอยู่ได้
เราต้องร่วมกัน หลีกหนีความรุนแรง แม้ที่สุดแล้วประเทศจะต้องก้าว เผด็จการสมบูรณ์ แบบ
อาจจะดูน่าอึดอัด สำหรับฝ่ายที่ต้องการรักษาประชาธิปไตยไว้ให้เป็นระบอบการปกครองของประเทศ
แต่จะทำอย่างไรได้ ชีวิตของประชาชนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ไม่สมควรเอามาแลก ไม่สมควรจะต้องสูญเสีย
ต่อให้สูญเสียเพราะต่อสู้เพื่อเผด็จการก็ไม่สมควร
ประชาธิปไตยที่อยู่ได้และเติบโตบนเลือดเนื้อของพี่น้องร่วมชาติเป็นเรื่องที่ต้องหลีกเลี่ยงและยินยอม
............
(ที่มา:มติชนรายวัน 26 มกราคม 2557) ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กกับมติชนออนไลน์www.facebook.com/MatichonOnline
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น