นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น
เรียกร้องให้ชาติในเอเชีย ควบคุมการเจริญเติบโตของกองทัพ
เพื่อลดความตึงเครียดภายในภูมิภาค พร้อมยืนยันว่า
ญี่ปุ่นจะไม่เป็นฝ่ายก่อสงคราม
เนื่องจากต้องการให้โลกเกิดสันติภาพอย่างนี้ต่อไป
นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น
กล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก หรือเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม
ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บรรยายถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของเขา
ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "อาเบะโนมิคส์" พร้อมมองโลกในแง่ดีว่า
อนาคตเศรษฐกิจของญี่ปุ่น
กำลังกลับมาอยู่ในช่วงที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง
นอกจากนี้
นายอาเบะยังพูดถึงผลของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเตือนว่า ประเทศต่างๆ
ในเอเชียไม่ควรนำรายได้จากการเติบโตทางเศรษฐกิจไปทุ่มเทเป็นงบประมาณเพื่อ
เสริมสร้างการเจริญเติบโตของกองทัพอย่างไร้ประโยชน์
คำพูดดังกล่าวแม้ไม่ได้ระบุชื่อประเทศแบบ
เฉพาะเจาะจง แต่หลายฝ่ายก็เชื่อว่า นายอาเบะหมายถึงจีน
ชาติซึ่งกำลังมีข้อพิพาทกับญี่ปุ่น
กรณีการแย่งชิงหมู่เกาะในพื้นที่ทับซ้อนกลางทะเลจีนตะวันออก ขณะเดียวกัน
นายอาเบะยังยืนยันว่า ญี่ปุ่นจะไม่เป็นฝ่ายก่อสงครามอีกครั้ง
เนื่องจากต้องการให้โลกนี้มีสันติภาพต่อไป
นายอาเบะเตือนว่า หากสันติภาพ
และความมีเสถียรภาพในเอเชีย ได้รับการสั่นคลอน
ผลกระทบของมันที่เกิดกับโลกทั้งใบจะมีความยิ่งใหญ่ และรุนแรง
ก่อนหน้านี้
นายอาเบะยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น
กับจีนในปัจจุบัน คล้ายกับความสัมพันธ์ของอังกฤษ และเยอรมนี
ในช่วงก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เนื่องจากญี่ปุ่น และจีน
เป็นชาติคู่ค้าที่มีผลประโยชน์ร่วมกันมากมาย
อย่างไรก็ตาม นายอาเบะกล่าวเสริมว่า
ปัจจุบัน จีนได้มีการเพิ่มงบประมาณทางทหารมากถึงปีละ 10 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งญี่ปุ่นมองว่า ความเคลื่อนไหวนี้เป็นการยั่วยุ ดังนั้น
หากทั้งสองประเทศต้องการให้ความสัมพันธ์ลดความตึงเครียดลง
นายอาเบะเรียกร้องให้จีนควรยับยั้งการเสริมกองกำลัง
และอานุภาพทางทหารเป็นอันดับแรก
23 มกราคม 2557 เวลา 11:04 น.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น