อันกรุงเทพฯเวลานี้มีเรื่องแปลก
เกิดแตกแยกเป็นสองต้องฉงน
คนกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นกร่างเอาข้ างตน
กดขี่คนอื่นให้ยอมอย่างใจตัว
ปราชญ์หลงผิดบัณฑิตลืมเหตุผลสิ้ น
ชูคนปลิ้นปล้อนนำขึ้นทูนหัว
จะต้านโกงเอาคนโกงมานำตัว
ช่างเมามัวน่าสมเพชสังเวชใจ
อวดอ้างตัวว่าผู้ดีมีการศึกษา
แต่วาจาช่างหยาบช้าหาที่ไหน
สำเนียงย่อมส่อภาษาไม่ว่าใคร
วาจาไซร้ส่อกมลสันดาน
ปฏิรูปจะทำไงยังไม่รู้
รู้แต่กูเกลียดมันอยากสังหาร
ขอสะใจกูทำได้ทุกประการ
ตามคนพาลก็ยังเอาเขลาสิ้นดี
กลียุคเห็นรำไรแล้วไม่แคล้วคลาด
เมื่อปวงปราชญ์ทอดทิ้งซึ่งศักดิ ์ศรี
คนเลวยึดอำนาจเห็นเป็นของดี
สนับสนุนการกดขี่ประชาชน
อำมาตยาธิปไตยไม่เห็นหรือ
ของเดิมเดิมแค่เปลี่ยนชื่อมากี่ หน
เมื่อใดคิดแต่จะเอาตามใจตน
เมื่อนั้นก็ไม่พ้น"เผด็จการ"
จาก แพทย์หญิงคนหนึ่ง ซึ่งไม่เห็นด้วยกั บการกระทำของแพทย์บางกลุ่ม นักวิชาการบางคน บนเวทีการเมืองบางแห่ง
...........
...........
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:จากใจหมอถึงหมอกรณีเสื้อกาวน์ชัตดาวน์กรุงเทพฯ!?
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น