แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

.. นับถือ น้อง จริง ๆ

ที่มา Thai E-News



อย่ากังวลว่า คุณจะต้องต่อสู่เพียงลำพัง เพราะยังมีคนจากทั่วทุกมุมโลกที่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตย และพร้อมที่จะต่อสู้ไปกับคุณ ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น 
ในคลิปผม อาจจะดูนิ่งๆไม่ได้โต้ตอบอะไรมากนัก แต่ในใจอยากจะตะโกนให้พวกเค้ารู้ว่า ยังมีคนอีกมากมายที่ไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำของพวกคุณ ดังนั้นโปรดอย่าใช้คำว่า "คนไทยทั้งประเทศ" — with รักดี สีแดง in  Montpellier, France
ที่มา pantip.com
เมื่อกลุ่มคนไทยในฝรั่งเศส รวมกลุ่มกันประท้วงขับไล่รัฐบาล และผมถูกตำรวจเล่นงาน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. เวลา 14.00 ตามเวลาฝรั่งเศส เป็นเวลาที่กลุ่ม กปปส ที่อยู่ในเมือง Montpellier ได้รวมตัวกันเพื่อประท้วงขับไล่รัฐบาลและเพื่อล้มล้างการเลือกตั้ง เมื่อผมได้รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ผมได้ทำป้ายของผมเองเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า "Respectez Mon Vote" ซึ่งความหมายก็คือ Respect My Vote ตามที่ผู้กล้า  คุณ Ake Auttakorn  ได้ทำไว้ก่อนหน้านั้น ด้วยความที่พวกเค้ามากันหลายคน และภรรยาฝรั่งบางคนก็ได้พาสามีมาด้วย ทำให้ผมซึ่งมาคนเดียว ก็รู้สึกกลัวๆกล้าๆ แต่ท้ายสุดแล้วก็ตัดสินใจเดินยกป้ายเข้าไปในกลุ่มผู้ประท้วง 
โดยในวินาทีแรกที่พวกเค้าเห็นผม ได้มีบางคนที่ไม่รู้จุดมุ่งหมายของผม และไม่เข้าใจในข้อความ ได้เดินเข้ามาจับมือและยิ้มอย่างยินดีเพราะคิดว่าผมมาร่วมประท้วงด้วย แต่ก็มีคนในกลุ่มที่เข้าใจในข้อความ ได้พูดเสียงดังว่า ผมเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพวกเค้า คนที่เข้ามาจับมือกับผมถึงกับชักมือออก และพูดท้าทาย ถามว่าทำไมผมถึงทำแบบนี้? พวกกลุ่มประท้วงได้เริ่มหันมามองทางผม และได้ถ่ายรูปผมกันอย่างสนุกสนาน เหมือนผมเป็นตัวประหลาด แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ และยังคงแสดงจุดยืนต่อไป แกนนำกลุ่มได้ถามผมว่ามาจากฝ่ายไหน ใครส่งคุณมา? รู้มั้ยว่าคุณมาผิดที่ ที่นี่เป็นฝ่ายของพวกเค้า และขอร้องให้ผมกลับบ้าน ผมบอกอย่างหนักแน่นว่าผมไม่ได้ถูกฝ่ายไหนส่งมาทั้งนั้น แต่ประเทศไทยส่งผมมา เพราะประเทศไทยต้องการการเลือกตั้ง จากนั้นแกนนำก็ได้ขึ้นเสียงต่อว่า ว่าผมทำไม่ถูก 
เพราะพวกเค้าได้ขออนุญาตทางการของที่นี่แล้วแล้ว เพื่อทำการประท้วง จากนั้นเค้าก็ถามหาเอกสารของผม ผมก็ไม่ได้ตอบโต้ใดๆ เพราะผมไม่มีใบอนุญาต ผมก็ทำได้แค่ยืนยกป้ายประจัญหน้ากับกลุ่มผู้ประท้วง และโชว์ไปรอบๆให้คนฝรั่งเศสที่เดินผ่านไปผ่านมารอบๆได้อ่านข้อความ พอพวกเค้าเห็นว่า ผมไม่ได้ตอบสนองใดๆ และผมไม่ยอมล้มเลิก แกนนำจึงได้โทรหาเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจัดการกับผม พอตำรวจมาถึง พวกเค้าก็โชว์ใบอนุญาตการประท้วงให้ตำรวจเห็น และชี้มาทางผมว่า ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ก่อกวนและไม่ใช่คนในกลุ่มเค้า ตำรวจจึงเข้ามาพูดกับผม และให้ผมทำลายป้ายทิ้งเสีย ไม่เช่นนั้นจะต้องดำเนินการจับกุม
... ผมจึงต้องยอมยกเลิกภารกิจ และคิดในใจว่า เราทำดีที่สุดแล้ว ผมไม่ได้ไปไหนใกล ยังคงยืนดูเหตุการณ์ประท้วงอยู่ใกล้ๆ ให้พวกเค้าเห็นว่าผมยังมีตัวตน ตัวตนซึ่งมีสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้ง และคนเหล่านั้นยังอยู่รอบๆตัวพวกเค้า ท้ายสุดพวกเค้าร้องเพลงชาติไทยเสียงดัง จนผู้คนรอบๆต้องหยุดมองดู พอจบเพลงชาติพวกเค้าก็ได้เป่านกหวีดเสียงดัง รบกวนคนรอบๆ และตำรวจชุดเดิมที่มาไล่ผม ก็ได้เข้ามาห้ามไม่ให้เป่านกหวีด เพราะการเป่านกหวีดในที่สาธาระ เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายที่นี่ จนแกนนำต้องเข้ามาไกล่เกลี่ยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเวลานาน ผมจึงเดินไปถ่ายรูปตอนที่แกนนำโดนตำรวจตรวจสอบ แกนนำเมื่อเห็นผมเข้ามาถ่ายรูปก็เสียหน้าและยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ผมถ่าย และผมก็ได้ยิ้มให้กับแกนนำอย่างผู้มีชัย ... ขอบคุณครับ ปล.. ขอบคุณเพื่อนคนฝรั่งเศส ที่เป็นคนถ่ายรูปให้ และช่วยเข้ามาคุยกับตำรวจ จนทำให้ผมได้รับการปล่อยตัว

อ้นนี้ คลิปของน้องเค้า ..
ช่วยไปให้กำลังใจน้องเขากันหน่อยนะ ... อ้อ   สลิ่ม ในนี้ก็เคารพสิทธิน้องเขาด้วยนะ


ooo
ต่อมา มติชนออนไลน์ ได้มีบทสัมภาษ...
นักแสดงไทยดังไกลระดับโลก ศักดิ์ดา แก้วบัวดี ชูป้าย Respectez Mon Vote ประกาศ′ตัวตน′หนึ่งคนหนึ่งเสียง
โดย เชตวัน เตือประโคน
กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ในหมู่คนรัก "ประชาธิปไตย" 
กับเหตุการณ์ชายคนหนึ่ง ถือป้ายซึ่งมีข้อความเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า "Respectez Mon Vote (เรสเพคเต้ มง โวท)" หรือ "Respect My Vote" ในภาษาอังกฤษ เดินตรงเข้าไปยืนเผชิญหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาล ในเมืองมงต์เปลลิเย่ร์ ประเทศฝรั่งเศส 
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม หรือก่อน "มวลมหาประชาชน" ในนาม "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่ สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) จะทำการ"ปิดกรุงเทพฯ" เพียงหนึ่งวัน 
คลิปวีดีโอบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าว ถูกโพสต์ในเฟซบุ๊กชื่อ "Sakda Kaewbuadee" 
จากการตรวจสอบพบว่า เป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวของ "ศักดิ์ดา แก้วบัวดี" นักแสดงเจ้าประจำในภาพยนตร์หลายเรื่องของ "เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล" ผู้กำกับที่คว้ารางวัลสร้างชื่อเสียงจากเวทีระดับโลก 
อาทิ สัตว์ประหลาด (Tropical Malady) รางวัลขวัญใจกรรมการที่คานส์เมื่อปี 2004 , แสงศตวรรษ (Syndromes and a Century) เข้าร่วมประกวดเทศกาลหนังเวนิช ปี 2006, ลุงบุญมีระลึกชาติ (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives) ชนะรางวัลปาล์มทองคำที่คานส์ ปี 2010 และล่าสุด Mekong Hotel ได้รับเลือกจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ให้เข้าฉายรอบพิเศษ ปี 2012 
ศักดิ์ดาได้เขียนอธิบายเหตุการณ์ตอนนั้นไว้ว่า 
"เมื่อผมได้รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ผมได้ทำป้ายของผมเองเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า "Respectez Mon Vote" ซึ่งความหมายก็คือ Respect My Vote ตามที่ผู้กล้าคุณ "Ake Auttakorn" ได้ทำไว้ก่อนหน้านั้น
"...ด้วยความที่พวกเขามากันหลายคน และภรรยาฝรั่งบางคนก็ได้พาสามีมาด้วย ทำให้ผมซึ่งมาคนเดียว ก็รู้สึกกลัวๆ กล้าๆ แต่ท้ายสุดแล้วก็ตัดสินใจเดินยกป้ายเข้าไปในกลุ่มผู้ประท้วง โดยในวินาทีแรกที่พวกเขาเห็นผม ได้มีบางคนที่ไม่รู้จุดมุ่งหมายของผม และไม่เข้าใจในข้อความได้เดินเข้ามาจับมือและยิ้มอย่างยินดี เพราะคิดว่าผมมาร่วมประท้วงด้วย แต่ก็มีคนในกลุ่มที่เข้าใจในข้อความ ได้พูดเสียงดังว่า ผมเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพวกเค้า คนที่เข้ามาจับมือกับผมถึงกับชักมือออก และพูดท้าทาย ถามว่าทำไมผมถึงทำแบบนี้? 
"พวกกลุ่มประท้วงได้เริ่มหันมามองทางผม และได้ถ่ายรูปผมกันอย่างสนุกสนาน เหมือนผมเป็นตัวประหลาด แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ และยังคงแสดงจุดยืนต่อไป..." 
หลังจากนั้นผู้ชุมนุมได้เรียกตำรวจให้มาจัดการ และศักดิ์ดาก็ต้องล้มเลิกการชูป้าย เพราะไม่มี "ใบอนุญาต" เหมือนอีกฝั่ง 
แต่เขาก็ยังมั่นคงในจุดยืนตน
"ผมไม่ได้ไปไหนไกล ยังคงยืนดูเหตุการณ์ประท้วงอยู่ใกล้ๆ ให้พวกเค้าเห็นว่าผมยังมีตัวตน ตัวตนซึ่งมีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง และคนเหล่านั้นยังอยู่รอบๆ ตัวพวกเขา" 
ศักดิ์ดาเล่าให้ฟังถึงการพำนักพักอยู่ในประเทศฝรั่งเศสใน ขณะนี้ว่า หลังจากเดินทางมาร่วมงานเปิดตัวฉายรอบพิเศษเรื่อง Mekong Hotel ที่เมืองคานส์ ก็ได้รับการติดต่อจาก "คริสเตลล์ เลอเฮอร์ (Christelle Lheureux)" ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฝรั่งเศส ให้ร่วมแสดงนำในภาพยนตร์ฝรั่งเศส ซึ่งตอนนี้ได้ถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้วที่ปารีสเมื่อ 2 เดือนก่อน
"ส่วนตัวผมเองก็ได้มาเรียนภาษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยมงต์เปลลิเย่ร์ และรับทำงานพิเศษสอนทำอาหารไทยที่นี่ด้วย แต่เร็วๆ นี้ก็จะต้องกลับเมืองไทยเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ให้กับพี่เจ้ยในช่วง ปลายปี"


สำหรับประวัติของผู้หาญกล้าประกาศตนให้ "เคารพ 1 คน 1 เสียง" ผู้นี้

เกิดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2521 เป็นชาว ต.หนองปลาไหล อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี เรียนจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนบ้านหนองปลาไหล

ด้วยฐานะทางบ้านซึ่งมีอาชีพทำไร่อ้อย พ่อต้องจำใจให้เรียนจบแค่ชั้น ป.6 หากแต่ศักดิ์ดาได้แอบหนีทางบ้านไปสมัครเรียนต่อมัธยมศึกษาตอนต้นด้วยตนเอง ที่โรงเรียนหนองรีประชานิมิต ครั้นพอขึ้น ม.ปลาย ซึ่งโรงเรียนอยู่ในตัวเมืองและไกลจากบ้านมาก จึงจำเป็นต้องเข้าไปอาศัยเป็นเด็กวัดเพื่อประหยัดค่าเช่าหอ หากแต่ก็เรียนจบจากโรงเรียนวิสุทธรังษี กาญจนบุรี

หลังจากเรียนจบจึงได้เดินทางเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ เพื่อที่จะส่งตนเองเรียนต่อปริญญา ผ่านงานมาแล้วสารพัด ไม่ว่าจะเป็นคนงานก่อสร้าง, เด็กขายพวงมาลัย, พนักงานร้าน KFC, พนักงาน 7-11, เซลล์แมน, พนักงานฝ่ายผลิตในโรงงานอาหาร ฯลฯ แต่ท้ายที่สุดก็ยังไม่สามารถเก็บเงินเพื่อเรียนต่อได้

อายุครบ 21 ปี จึงสมัครเข้าไปเป็นทหารเกณฑ์ที่ค่ายสุรสีห์ หลังจากปลดทหารจึงเดินทางเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ

กระทั้งวันหนึ่งหลังเลิกงานและกำลังเดินกลับหอพัก เจ้ย-อภิชาติพงศ์ ได้เข้ามาทักเพื่อชักชวนให้เข้าไปลองแคสติ้งจนได้เล่นภาพยนตร์เรื่องสัตว์ ประหลาด! และอีกหลายๆ เรื่องต่อมา

เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตพลิกผัน จนสามารถมีโอกาสได้เข้ามาเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ฝรั่งเศสในปัจจุบัน

ในวันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าจนสามารถพูดคุยสื่อสารกับคนอยู่อีกซีกโลกได้เพียง ชั่วเสี้ยวใจ หลังจากทราบข่าว จึงติดต่อศักดิ์ดาผ่าน "โลกออนไลน์" เพื่อขอพูดคุยถึงเหตุการณ์นี้

ตลอดจนเบื้องหลังความคิดของเขาที่ยืนยันชัดเจน


เคารพ 1 คน 1 เสียง และประเทศไทยต้องมี "การเลือกตั้ง"
- คนที่ฝรั่งเศสเวลาเจอคนไทย มีการพูดคุยเรื่องความวุ่นวายการเมืองในเมืองไทยอย่างไรบ้าง?

เพื่อนๆ ชาวฝรั่งเศสจะสนใจสอบถามผมเกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงนี้ เพราะสื่อที่นี่ออกข่าวทุกวัน ส่วนใหญ่จะมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันก็คือไม่เห็นด้วยกับการล้มการเลือก ตั้ง เพราะมันขัดกับระบอบประชาธิปไตย แต่ก็จะไม่วิจารณ์เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เพราะพวกเค้าจะให้ความเคารพกับความคิดทุกคนเท่าๆ กัน แม้กระทั่งผมซึ่งเป็นเพื่อนกัน เมื่อพูดอะไรผิดพลาดไป พวกเขาก็จะแย้งขึ้นทันทีในแง่มุมความคิดของพวกเขา

- ตอนที่ไปถือชูป้าย ผู้ประท้วงรู้ไหมว่าคุณเป็นนักแสดง มีผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมากมาย?

คิดว่าไม่น่าจะรู้จักนะ และผมก็ไม่ได้ออกตัวว่าผมเป็นใครและทำอะไร โดยเฉพาะคนไทยก็จะไม่ค่อยรู้จักภาพยนตร์ที่ผมเล่นอยู่แล้ว ผิดกับคนฝรั่งเศสที่บ่อยครั้งตามถนนหนทางต่างๆ มักจะมีเข้ามาทักทาย สอบถามว่าผมคือนักแสดงของอภิชาติพงศ์ใช่มั้ย แล้วแสดงความชื่นชมในผู้กำกับและตัวภาพยนตร์
แม้กระทั่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่ ก็เป็นแฟนภาพยนตร์เช่นกัน

- มีการชุมนุมของคนไทยที่สนับสนุน กปปส. เกิดขึ้นบ่อยครั้งแค่ไหนที่เมืองนี้?

นี่เป็นครั้งแรกที่เมืองนี้ ที่ผมได้เจอการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุน กปปส. เพราะผมมาอยู่ได้แค่ปีกว่าๆ แต่จากการติดตามข่าว จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะกระจายไปยังสถานที่ต่างๆ ตามเมืองใหญ่ๆ ของฝรั่งเศส เกิดการชุมนุมบ่อยครั้ง ทุกครั้งก็จะชักชวนโดยวิธีประกาศในเฟซบุ๊กของกลุ่มคนไทยที่อยู่ในฝรั่งเศส โดยเฉพาะที่ปารีสจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ก็จะมาจากหญิงไทยที่ได้สามีฝรั่งเศส และมีนักศึกษาบ้างแค่บางส่วน

- นาทีที่ตัดสินใจเดินถือป้ายเข้าไปยืนประท้วง?

ผมได้รู้ข่าวล่วงหน้ามา 2 วันก่อนแล้วว่าจะมีการชุมนุม ก็คิดว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้คนพวกนั้นได้รับรู้ว่า ยังมีคนอื่นๆ อีกที่มีความคิดเห็นต่างจากพวกเขา จึงตัดสินใจเขียนป้ายข้อความของตัวเอง และพอถึงเวลาก็ให้เพื่อนคนฝรั่งเศส (คนที่ถ่ายรูป) เดินไปดูสถานการณ์ก่อน เพราะผมตัวคนเดียว ก็รู้สึกกล้าๆ กลัวๆ ในการประจัญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม แต่แรงฮึดในจุดยืนของผมที่ค่อนข้างชัดเจน ก็ได้พาให้ผมก้าวขาออกจากที่ซ่อน แล้วเดินถือป้ายตรงไปยังกลุ่มผู้ประท้วงและพยายามตั้งสติให้มั่น ไม่ตอบโต้กับการยุแหย่ใดๆ

หลังจากที่แกนนำของฝ่ายนั้นได้แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบผมแล้ว ได้บอกว่าผมนั้นซึ่งเป็นผู้มาก่อกวนและไม่มีใบอนุญาต ผมจึงต้องยอมล้มเลิกภารกิจ เพราะเป็นการไม่ดีแน่ถ้าหากจะขัดขืนกฎหมายของเขา แต่ผมก็ได้ยืนติดตามการชุมนุมอยู่ข้างๆ ให้พวกเขาเห็นว่าผมยังมีตัวตนอยู่ ให้รู้ว่าพวกเขายังไม่ได้เป็นผู้ชนะ อย่างน้อยก็อาจจะทำให้คนใดคนหนึ่งในกลุ่มได้ฉุกคิดอะไรขึ้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อย

- คิดอย่างไรกับการชุมนุมของ กปปส. ในขณะนี้?

การชุมนุมที่ยืดเยื้อ แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบในแง่ร้ายให้กับประเทศและส่วนรวม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่ สมบูรณ์ แต่วิธีการที่พวกเขาได้ปฏิบัติ มันช่างขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง คงไม่มีทางออกทางใดเลย ที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างพอใจซึ่งกัน เพราะถ้าหากล้มรัฐบาลได้และพวกเขาจัดตั้งสภาประชาชนขึ้นมา ก็จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่พอใจ ต้องออกมาชุมนุมประท้วงกันอีกให้วุ่นวาย

ในความคิดของผมคือ ทุกฝ่ายควรจะเดินหน้าทำในสิ่งถูกต้อง นั่นก็คือการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกเขาใช้กัน และผมก็ได้มีจุดยืนที่ชัดเจนตรงนี้เสมอมา

- ข้อเสนอเรื่อง "สภาประชาชน" เรื่อง "ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง" ?

เรื่องการตั้งสภาประชาชน ซึ่งมันอยู่นอกกติการัฐธรรมนูญ และผมมีความเห็นที่ต่อต้านการกระทำที่ทำลายกติกาเช่นนี้ ส่วนการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ปัญหามันอยู่ที่วิธีการ และการแย่งชิงกันว่าใครจะได้เป็นผู้นำในการปฏิรูป และมันต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่จะได้รับผลเป็นที่น่าพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายอย่างแน่ นอน

- คิดว่าอะไรที่ทำให้ "มวลมหาประชาชน" จุดติด แม้แต่คนกรุงเทพฯ ?

จริงๆ แล้วจะเหมารวมใช้คำว่าคนกรุงเทพฯก็คงไม่ถูก เพราะไม่ใช่คนกรุงเทพฯทุกคนที่เห็นด้วยกับการชุมนุม เห็นได้จากการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. กำลังเสียงสนับสนุนของทั้งสองฝ่ายไม่ได้แตกต่างกันมาก

ผมจึงคิดว่า "มวลมหาประชาชน" เป็นคำที่ฝ่ายตรงข้ามอุปโลกน์ขึ้นมา เพื่อให้อีกฝ่ายจินตนาการถึงกลุ่มคนจำนวนมหาศาล ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

- ทำไมบรรดานักแสดงส่วนใหญ่ ถึงร่วมชุมนุมมาก?

ยังมีนักแสดงอีกมากมายที่ไม่สะดวกใจแสดงจุดยืนของตนเอง การออกตัวว่าอยู่ฝ่ายผู้สนับสนุน กปปส. จะได้รับการสรรเสริญว่าเป็นการทำเพื่อประเทศชาติ นักแสดงต่างๆ จึงกล้าที่จะแสดงออก ส่วนนักแสดงที่ไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่จะถูกเหมารวมว่าเป็นผู้รับใช้ระบอบทักษิณ ซึ่งเป็นตัวแทนของความเลวร้าย ต่อต้านราชวงศ์ และสุดท้ายก็จะถูกแบนให้หายไปจากวงการ ดังเช่นที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วบ่อยครั้ง จึงทำให้นักแสดงฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ไม่กล้าที่จะออกความเห็นในเรื่องนี้มากนัก

- กับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.?

ผมได้ดำเนินการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเรียบร้อย และได้รับการยืนยันแล้ว และผมก็จะต้องร่วมใช้สิทธิลงคะแนนอย่างแน่นอนด้วย

หากไม่มีการเลือกตั้ง ผมคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่น่าจะคาดเดาได้ก็คือฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล สนับสนุนการเลือกตั้ง จะออกมาชุมนุมกันอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

- สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดสำหรับการชุมนุมตอนนี้ในมุมมองของคุณ?

ความรุนแรงจนลุกลามไปถึงขั้นการเสียชีวิตของทั้งสองฝ่าย เป็นสิ่งที่น่าห่วงที่สุด

- หากเกิดขึ้น หรือมีรัฐประหารจะแสดงออกต่อต้านอย่างไร?

เสียงของผมอาจจะไม่ดังเพียงพอให้ทุกคนได้ยิน แต่ในเมื่อมีโอกาสก็อยากจะวิงวอนต่อทุกฝ่าย อย่าได้ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ขึ้นมาเลย เพราะถ้ามันเกิดขึ้น นั่นหมายถึงความสูญเสีย ทำได้ก็แต่ภาวนาครับ ถ้าหากเกิดการยึดอำนาจ ผมต้องรอดูก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าจะออกตัวต่อต้านอย่างไร ในเมื่อมันยังไม่เกิดขึ้น

- กับเจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ได้พูดคุยเรื่องการเมืองมากน้อยแค่ไหน?

ได้มีพูดคุยกันบ้างบางครั้งบางคราว ไม่มากนักเพราะต่างคนต่างก็ติดตามสถานการณ์ในแบบของตนเอง พี่เจ้ยเขาชัดเจนในจุดยืนของเขาอยู่แล้ว ดังนั้น เวลาเจอกันก็จะคุยเรื่องงานเป็นส่วนใหญ่

การเมืองไว้เป็นของหวานเอาให้พอให้ชุ่มฉ่ำลิ้นก็พอ

- อยากฝากอะไรถึง "คนที่พร้อมจะออกไปเลือกตั้ง" และ "ผู้ชุมนุมที่จะล้มเลือกตั้ง"?

อยากบอกคนที่จะออกไปเลือกตั้งว่า ขอบคุณมากจริงๆ ที่ร่วมกันทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะนั่นทำให้ประเทศชาติสามารถก้าวไปข้างหน้าในแบบสากล ส่วนผู้ชุมนุม ถ้าผมสามารถจะทำอะไรให้พวกเขาเข้าใจได้ ถึงแม้จะเป็นเพียงความหวังที่ริบหรี่ ผมก็พร้อมยินดีที่จะทำ

"เพื่อเราจะได้มาร่วมจับมือกันทำเพื่อชาติอย่างแท้จริง"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น