19 มกราคม, 2014 - 00:16 | โดย schizophrenia
แด่ พ่อแม่พี่น้องและเพื่อนที่เสนอให้ Respect your Tax
ขอพูดง่ายๆ นะครับ
สาเหตุที่ต้องเอาการเมืองเรื่องสิทธิการเลือกตั้ง 1 คน 1 เสียง มาใช้
ก็เพื่อมาแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ เพราะ
ต้นทุนในชีวิตของแต่ละคนในการเริ่มต้นมันไม่เท่ากัน
หลายคนที่รวยเพราะ รับมรดกมา
ความมั่งคั่งเกิดจากการเอากำไรจากผู้บริโภคในสังคม กับ ขูดรีดแรงงาน
(แม้จะดูเหมือนคนทั้งสังคมจะลืมๆไปว่า
มีกินมีใช้อยู่ได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงคนอื่น
แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่รู้สึกลึกๆในใจนะครับ)
คนรวยและคนมีเหลือกินทั้งหลายจึงต้องคืนด้วยภาษี ไม่งั้น คนงานกับ
ผู้บริโภค เดือดดาลเพราะความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ จนบุกปล้น แย่งชิง
เผาร้าน ก่อสงครามกลางเมือง ก็พังพาบกันไปหมด
ดังปรากฏหลักฐานเสมอมาในประวัติศาสตร์
ดังนั้น หลักสิทธิทางการเมือง 1 คน 1 เสียงในการร่วมกำหนดอนาคตสังคม
จึงมีเอาไว้ป้องกันการก่อสงครามชนชั้น (ที่ครุกรุ่นจนแทบระเบิดอยู่แล้ว)
ความเสมอภาคทางการเมืองจึงเป็นสิ่งที่พัฒนาขึ้นในสังคมที่เคยผ่าน
สงครามกลางเมือง หรือสงครามชนชั้นมาแล้วนับไม่ถ้วน
กฎหมายมหาชนทางเศรษฐกิจจึงได้กำหนดให้สิทธิในการเลือกตั้งอยู่คู่กับสิทธิใน
การเข้าถึงบริการสาธารณะยังไงล่ะ เพราะประเทศต่างๆ ในฝั่งยุโรป
ได้หลั่งเลือดเพื่อพิสูจน์กันมานักต่อนัก
คนรวยกลุ่มเดียวที่มีชีวิตหรูหราฟู่ฟ่า
จนเหยียบย่ำหัวใจแรงงานและคนอื่นๆ
ในสังคมที่หาเช้ากินค่ำทำงานสายตัวแทบขาดแต่ยังไม่พอกินพอใช้
เจ็บไข้ก็ไม่มีใครดูแลรักษา พอตกงานมากลับต้องกลายเป็นคนเร่ร่อน
จนสุดท้ายความอดทนของเขาหมดลงต้องลุกขึ้นสู้
คนในสังคมอื่นๆที่เป็นทุนนิยมเข้มข้นมาก่อนผ่านสถานการณ์ความขัดแย้ง
เหล่านี้มาเยอะ คนที่เคยเป็นเศรษฐีกลับต้องถูกโค่นมาเป็นคนหมดตัว
ขุนนางต้องกลายเป็นไพร่ กลับไปกลับมาจนประวัติศาสตร์เลือดอยู่ในความทรงจำ
จนทั้งสังคมตระหนักได้ว่าผ่านมาเยอะแล้ว
คนในสังคมเหล่านั้นย่อมเกิดปัญญาร่วมกันว่า
ถ้าปล่อยให้ความเหลื่อมล้ำมีมากเกินไป จนเกิดความไม่เป็นธรรม
ก็จะเกิดสงครามและอาจจะเสียหายกันทั้งสังคม จึงต้องยอมกันบ้าง
โดยหากติกาในการอยู่ร่วมกัน คือ
เอาคะแนนเสียงของพลเมืองมากำหนดทิศทางการเมืองให้เจือจานดูแลคนที่ลำบากบ้าง
ก่อนที่จะสายเกินไป
เอาล่ะถ้ายังนึกตามไม่ออก ก็ดูประวัติศาสตร์ทุนนิยมจีนและการเกิดสงครามเปลี่ยนสลับขั้วชนชั้นไปมาดูครับ
เมื่อเกิดความเหลื่อมล้ำมากๆ มีเศรษฐีจำนวนน้อยกับคนจนจำนวนมาก
เศรษฐีก็ใช้เงินซื้อลูกสาว น้องสาว เมียคนอื่นมาสนองตัณหาตน
พอเจอสงครามกลางเมืองเข้าไป โดนปล้นฆ่า เผาบ้าน เผาร้านรวง
ที่เก็บสินค้าและอาหาร ตกอับต้องหนีตายหรืออพยพไป
สุดท้ายเศรษฐีตกอับต้องขายลูกเมียตัวเองให้คนอื่นไปเพื่อความอยู่รอด
หรือโหดร้ายกว่านั้น คือ เมียหรือลูกสาวของตนขอให้ขายตัวไปเพื่อหนีการอดตาย
หรือหนีการไล่ล่าล้างแค้น
คงพอเข้าใจบ้างแล้วนะว่าทำไม ความเสมอภาคทางการเมืองแบบ
"หนึ่งคนหนึ่งเสียง"
จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมต้องให้ความเคารพเป็นอย่างยิ่ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น