แถลงการณ์ที่ไร้ค่าที่สุดในรอบวัน ไม่ใช่เห็นด้วยกับ
พรก.ฉุกเฉิน แต่องค์กรสื่อเหลือความหมายอะไร ในเมื่อสื่อเป่านกหวีดกันหมด
ผู้บริหารองค์กรวิชาชีพสื่อก็คาบนกหวีดที่มุมปาก
คำแถลงเหล่านี้กลายเป็นปกป้องตัวเอง
เพื่อตัวเองและพวกพ้องจะได้ใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฉีกกติกาประัชาธิปไตย
คุยกับนักวิชาการสื่อบางท่านบอกว่า การที่สื่อ
"เปิดหน้าชก" ยกค่ายเป่านกหวีดอย่างเปิดเผย ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไหน
(ยกเว้นรวันดา) สื่อตะวันตกแยกความเห็น 2 ขั้วเป็นเรื่องธรรมดา
แต่อย่างน้อยเขาจะไม่ใช้ Hate Speech ซึ่งสังคมต่อต้าน
(ประชาธิปไตยแบบฝรั่ง เขามีจรรยา) และไม่ใช้พื้นที่ข่าวอย่างมี Agenda
มากขนาดนี้ ถ้ามีก็แค่การแสดงความเห็นในคอลัมน์ ซึ่งเป็นเสรีภาพ
คำถามคือแล้วต่อไปสื่อจะอยู่อย่างไร
ผู้คนจะแยกขั้วเสพย์สื่อ และจะไม่ฟังเลย กับข้อมูลของสื่ออีกฝ่ายหนึ่ง
อำนาจตรวจสอบของสื่อจะสูญสลาย เช่น 2 ปีที่ผ่านมา สื่อวิจารณ์รัฐบาลไปเถอะ
มวลชนเสื้อแดงไม่ฟัง เพราะเห็นๆ กันว่าสื่ออยู่ข้างรัฐประหารตุลาการภิวัตน์
สื่อช่วยออกใบอนุญาตฆ่า แต่ที่ผ่านมายังอีแอบ แกล้งเนียน
ครั้งนี้เปิดหน้าชก จะๆ เห็นกันทั้งสังคม
สุดท้ายสื่อก็จะเป็นแค่กาฝากสังคม
เป็นอภิสิทธิ์ชนกลุ่มหนึ่ง ไม่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบ ต่อให้พยายาม
Reposition อย่างไรก็ตาม อีกเป็นสิบๆ ปีก็ล้่างไม่ออก สมมติ
ปชป.ขึ้นมาเป็นรัฐบาล แล้วค่ายเนชั่น โพสต์ทูเดย์ ฯลฯ วิพากษ์วิจารณ์
ก็เรียกเครดิตคืนจากเสื้อแดงไม่ได้ นอกจากสมน้ำหน้า (สะใจ แม่-กัดกันเอง
อะไรทำนองนั้น)
สื่อเล็กอาจตายแบบ "ดาวสยาม" กะแช่ตาย ก็จบเห่ เหลือแต่ประวัติศาสตร์อัปยศบันทึกไว้ แล้วเกิดสื่อใหม่ๆ แต่สื่อค่ายใหญ่นี่สิ จะทำไง
...
เรื่องเกี่ยวข้อง : แถลงการณ์ 4 องค์กรวิชาชีพสื่อ เรียกร้องหยุด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ลิดรอนสิทธิ เสรีภาพสื่อ...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น