เช่น คะแนนโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) เป็นโครงการประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและ พัฒนาทางเศรษฐกิจ ซึ่งพบว่าเด็กไทยมีความสามารถด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ อยู่ในอันดับ 50 จาก 65 ประเทศทั่วโลก
เราเห็นด้วยว่าการศึกษาไทยเป็นอะไรที่ต้องปรับปรุง หรือ “ปฏิรูป” และเถียงกันว่าเด็กไทยควรจะเรียนอะไรและอย่างไร เพื่อให้สู้เขาได้หรือไม่ขายหน้าในระดับนานาชาติ หรือเพื่อให้เด็กไทยกลายเป็นแรงงานคุณภาพดีเพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัว
ดูเหมือนเราจะกังวลว่านักเรียนในระบบการศึกษาไทยขาดอะไรมากมายหลายอย่าง ตามมาตรฐานการวัดแบบนานาชาติ หรืออยากให้เด็กไทยเป็นเหมือนนักเรียนในสังคมอื่นที่ทำคะแนนดีกว่าเด็กไทย
น่าคิดว่าถ้าไม่เปรียบเทียบหรือใช้มาตรฐานของคนอื่น เราอยากเห็นการศึกษาไทยทำให้นักเรียนไทยเป็นอย่างไร
อะไรที่เรามีอยู่ทำให้แนวทางการศึกษาและการจัดการอย่างที่เราอยากเห็น เป็นไปได้หรือไม่ โดยเฉพาะวิธีการที่ดูตัวอย่างหรือลอกมาจากสังคมอื่น
ข้อค้นพบที่ช็อคโลก - การเรียนหนังสือในโรงเรียนไม่ได้นำไปสู่การเรียนรู้ของนักเรียน และการจัดการการศึกษาเป็นอะไรที่ลอกกันไม่ได้ อันที่จริงการแก้ปัญหาด้วยวิธีการ 'ลอกการบ้าน' คือดูว่าคนอื่นทำยังไงก็ประหลาดโดยตัวเองอยู่แล้วหรือไม่?
การเปลี่ยนแปลงปฏิรูปอาจต้องดูว่าเรามีอะไร สิ่งที่เรามีเอื้อต่อสิ่งที่อยากเห็นหรือไม่ และจะเคลื่อนไปอย่างไรภายใต้ข้อจำกัด
การเรียนที่เน้นระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ การเรียนเลขและวิทยาศาสตร์แบบไทย ทำให้เด็กมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์แบบเดียวกับเด็กที่อื่นไหม เด็กมีความใฝ่รู้และอยากหาคำตอบให้กับข้อสงสัยของตัวเองหรือไม่
คนสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยบ่นว่า นักศึกษาฟังไม่เป็น จับประเด็นไม่ได้ จึงชอบลอกหัวข้อจาก Powerpoints แล้วก็ตอบข้อสอบแบบที่ตัวเองลอกมา ไม่ชอบอ่านหนังสือ พูดไม่รู้เรื่อง และเขียนหนังสือไม่เป็น คือลำดับและนำเสนอความคิดของตัวเองออกมาในรูปการเขียนไม่ได้ ไม่สงสัยและไม่อยากรู้อะไรเพิ่ม เหมือนเข้ามหาวิทยาลัยแล้วหมดแรงเรียนหลังจากต้องเรียนกวดวิชาแบบเอาเป็นเอา ตายในช่วงม.ปลาย
เราอยากให้คนเรียนรู้อะไร ระบบการศึกษาที่มีสามารถจะทำให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่ การวิจัยเพื่อจะดูรายละเอียดของผลการสอบระดับนานาชาติพบว่า ระบบราชการ ความสามารถของครู และลักษณะเฉพาะของสังคมมีผลต่อการจัดการการศึกษาและวิธีการเรียนรู้ของเด็ก
การจัดการและกำกับการศึกษาโดยระบบราชการ ที่การประเมินครูไม่ได้เน้นผลการสอนของครู แต่เน้นการทำเอกสารมากกว่าการเพิ่มพูนความรู้ และการถ่ายทอดความรู้ มีผลต่อลักษณะของระบบการศึกษาไทย
การลอกวิธีและรูปแบบการเรียนจากที่หนึ่งมาอีกที่หนึ่งจึงอาจจะได้ผลต่าง กันมากมายมหาศาล เช่นการจัดห้องเรียนให้จำนวนเด็กน้อยลง แต่ถ้าความสามารถของครูยังจำกัด เพราะไม่รู้ว่าจะสอนอะไรและสอนอย่างไร ขนาดชั้นเรียนที่เล็กลงก็คงไม่ช่วยอะไรมาก
หรือระบบการวัดมาตรฐาน/คุณภาพการศึกษาโดยเน้นการสอบผ่านของเด็กและการทำ เอกสารรายงานของครู ทำให้ครูเน้นการสอนไปในทิศทางหนึ่งหรือไม่มีเวลาเตรียมสอนเพราะมัวแต่ทำ เอกสารผลาญทรัพยากรโลก
สังคมไทยไม่ค่อยสนใจว่าคนรู้อะไรหรือทำอะไรได้ สนใจแต่กระดาษรับรองคุณสมบัติหรือตัวเลขเกรดสวย ๆ ทำให้การจัดการเรียนการสอนไม่ได้นำไปสู่ความรู้ แต่เน้นการสอบผ่านให้ได้ปริญญาและเกรดดีๆมากกว่าจะเรียนเพื่อรู้
การแกะรื้อระบบการศึกษาต้องดูลักษณะเฉพาะของสังคมไทยด้วย
ฝันอยากเห็นระบบการศึกษาไทยเป็นอย่างนั้นอย่างนี้โดยไม่ดูปัจจัย หรือกำลังที่เรามี ทำให้ฝันเป็นจริงได้ยาก ทำอย่่างไรเราจะเคลื่อนไปภายใต้ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นเรื่องน่าคิดร่วมกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น