แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

“โลกมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะท่าน!” คำตอบหลังจากพาสมยศไปเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือฯ

ที่มา ประชาไท


บ่ายคล้อยวันที่สองของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์การประชุมแห่ง ชาติสิริกิติ์ คนเสื้อลายขวางสวมหน้ากากสมยศราว 10 คนตั้งแถวตอนเรียงหนึ่งเดินท่อมๆ เข้างานท่ามกลางสายตาผู้คนที่เดินสวนกันขวักไขว่

ภาพโดย:น้องต้น มาแล้วจ้า
จากโซนซี ไอ้เสื้อลายขวางหยุดเป็นพักๆ พวกมันก้าวไปช้าๆ เบียดเสียดกับผู้คนเป็นบางช่วง  พอเจอเก้าอี้ว่างมันก็นั่ง พอเจอสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ อย่างอมรินทร์ อย่างบ้านพระอาทิตย์ มันก็หยุด  พอเจอคนดังมันก็ทำเนียนเดินเข้าไปใกล้ๆ  พอเจอบู๊ทสมาคมนักเขียนฯ สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ มันรีบปรี่เข้าไปหยุดยืนแถวหน้ากระดานที่บู๊ทนั้นโดยอัตโนมัติ
พวกมันสอดส่ายสายตาลอดหน้ากากสังเกตสีหน้าผู้คนที่เดินสวนไปมา ส่วนใหญ่พวกเขาจะหยุดมองด้วยความแปลกใจ บางส่วนทำท่าเหมือนรู้ว่ามันเรื่องอะไร บางส่วนมองผ่านเลยไม่ได้สนใจใดๆ พวกเด็กๆ พอเห็นก็ร้องบอกแม่ “แม่ แม่ ทำไมเขาต้องใส่หน้ากากล่ะ” “น่ากลัววววว” หึหึ

ภาพโดย:น้องต้น มาแล้วจ้า
พอถึงโซนเวทีกลาง ไอ้พวกเสื้อลายขวางอาศัยจังหวะเดดแอร์เดินเป็นขบวนไปเรียงหน้ากระดานตรงหน้า เวที คนที่นั่งรอชมรายการต่อไปบนเวทีคงนึกว่าไอ้เสื้อลายขวางพวกนี้มาโฆษณาคั่น รายการ
จากนั้นพวกมันเข้าไปเพิ่มความแออัดในแพลนนารีฮอลล์ก่อนจะทะลุออกมาอย่างหายใจไม่ค่อยออก

ภาพโดย:น้องต้น มาแล้วจ้า
“ถ่ายรูปกันมั้ยคะ” “มาๆ มาถ่ายรูปกัน”
ฮ่าๆ เสร็จไอ้เสื้อลายขวาง ก็คนเอ่ยปากชวนเป็นเหล่าสาวคอสเพลย์ชุดจีนหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรากำลังโปรโมตหนังสือออกใหม่อยู่น่ะซี่
ต่อๆ ขบวนเสื้อลายขวางกำลังจะไปถึงเป้าหมายสุดท้าย โซน Plaza              
แต่แล้วไอ้เสื้อลายขวางคนหน้าสุดมันก็หยุดเดินเมื่อเจอเจ้าหน้าที่กางแขนสกัดไว้ตรงทางขึ้นบันไดพอดิบพอดี
“ใครเป็นแกนนำ” “ใครส่งมา” “นี่กลุ่มไหนสังกัดใคร” “มาด้วยกันรึเปล่า” “อะไรนะมากันเอง” ???
คำถามของเจ้าหน้าที่ศูนย์สิริกิติ์ที่ดูแลงานสัปดาห์หนังสือทำเอาพวกเรา ได้แต่อมยิ้ม แต่คนถามไม่อาจเห็นรอยยิ้มชวนหัวของเราเพราะใบหน้าเราอยู่ใต้หน้ากาก
และผู้ถามก็ต้องมึนงงหนักขึ้นเมื่อไอ้พวกเสื้อลายขวางมันไม่พูดไม่ตอบโต้ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ มันนั่งเฉยเชิดหน้ากากแป้นแล้นทำไม่รู้ไม่ชี้
เอาละ ถามไม่ตอบอย่างนี้ต้องเชิญไปสอบสวน!
แต่เอ สอบสวนเรื่องไรหว่า เดี๋ยวนะโทร.ถามนายก่อน นี่มาทำอะไรกันนะ แต่ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ (ขึ้นเสียงสูง) ไม่ดีนะ  บลา บลา บลา...
อ้าวไปไหนกันหมด!
จู่ๆ ไอ้พวกนี้มันก็ลุกเดินไปคนละทิศละทางพร้อมถอดหน้ากากกลืนหายไปกับฝูงชนจนเจ้าหน้าที่ไม่รู้จะตามใครดี
............................................................................

“พวกพี่เจ๋งมากครับ” น้องคนหนึ่งที่มาร่วมปฏิบัติการบอกเราหลังจากสลายตัวแล้วมาเจอกันโดยบังเอิญ เราขอบคุณน้องที่มาร่วมกับเรา      
เราอยากบอกน้องคนนี้เหลือเกินว่า ปฏิบัติการที่ “ง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย ไม่แพง ส่งผลสะเทือน” ไม่ว่าใครก็ทำได้ เพียงแต่เคล็ดลับที่จะทำให้มันประสบผลยิ่งขึ้นก็มีอยู่ อย่างปฏิบัติการครั้งนี้ก็มีอาทิ
  1. เตรียมพร้อม เข้าใจสถานที่ สำรวจเส้นทางก่อนซักรอบ จุดไหนคนเยอะ จุดไหนวิกฤต จุดไหนน่านั่ง ฯลฯ
  2. พูดคุยทำความเข้าใจข้อตกลงกันแต่ต้น เช่น เดินเงียบๆ ไม่ป่วนไม่ขัดขวางกิจกรรมของคนอื่น ไม่ตอบโต้ เส้นทางเดินเดินอย่างไร จะหยุดเมื่อไร จะประสานงานกันยังไงระหว่างปฏิบัติการ ฯลฯ
  3. ไม่มีใครนำใคร ผู้ริเริ่มคือผู้จุดประกายไอเดีย แต่ผู้ปฏิบัติการมีภาวะผู้นำกันอยู่เต็มเปี่ยม ภาวะผู้นำหมายถึงรับผิดชอบตนเองแต่ฟังกลุ่ม  ปฏิบัติการอาจไม่ประสบผลหากใครคนใดคนหนึ่งแตกแถวหรือทำตัวโดดเด่นกว่ากลุ่ม
  4. ยึดมั่นข้อตกลง แต่พร้อมจะพลิ้วไหวตามสถานการณ์

ภาพโดย:น้องต้น มาแล้วจ้า
ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าหน้าที่และการ์ดจะงงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้จะจัดการอย่างไร เพราะวิธีรับมือกับม็อบแบบเดิมๆ มันใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว อาทิ จัดการแกนนำควบคุมตัวพวกมันไว้ หรือตั้งข้อหา หรือสกัดกั้น ซึ่งไม่มีทางทำอย่างนั้นได้อีกแล้ว เพราะพวกเราไม่ได้มาป่วนงาน เรามาอย่างสงบเงียบปะปนกับฝูงชนมากหน้าหลายตา เราอยากบอกดังๆ ว่า โลกมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะท่านทั้งหลาย...

ภาพโดย:Kittichai ngamchaipisit

ภาพโดย:Kittichai ngamchaipisit

ภาพโดย:Kittichai ngamchaipisit
 

ภาพโดย:Kittichai ngamchaipisit
 
วันนี้เราพาสมยศไปเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือ สมยศกินข้าว สมยศนั่งอ่านหนังสือ สมยศรอเพื่อน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ได้สำเร็จ หวังว่าสมยศจะสะกิดต่อมนักอ่าน นักเขียน นักพิมพ์ นักช้อป ฯลฯ ถึงสถานการณ์ที่จำกัดและลิดรอนเสรีภาพของเราทุกคนในงานสัปดาห์หนังสือแห่ง ชาติได้บ้างสักนิด

ปล. ช่วงนี้ใครไปเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือ เดินสวนกับสมยศกลางทางก็ทักทายเขาหน่อยนะคะ จุ๊บๆ สวัสดี

หมายเหตุ : พวกเราคือกลุ่มกิจกรรมอิสระ เคยรวมกันเฉพาะกิจในชื่อ “ขบวนการคนไร้หน้า” ออก ปฏิบัติการ “แฟลชม็อบเราคืออากง”  ชวนกันมาสวมหน้ากากขาวปะปนกับผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาบนทางเชื่อมรถไฟฟ้า บีทีเอสสถานีสนามกีฬาฯ กรุงเทพฯ พร้อมตะโกนบอกฟ้า “อากงตายแล้ว” “อากงคือใคร” “เราคืออากง” “อากงถูกจับเพราะถูกกล่าวหาว่าส่ง sms ที่เข้าข่ายผิด 112”  “อากงไม่ได้สิทธิประกันตัว” “อากงต้องตายในคุกๆๆๆๆๆ”  นอกจากนี้ยังเดินไปตะโกนที่ลานสยามพารากอน บนขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอสจากสถานีสยามไปราชประสงค์ และในที่ชุมนุมคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์เมื่อปีที่แล้ว (บอกไว้เผื่อท่านไม่รู้จัก ฮา)
 
 
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น