แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

"จิตตนาถ" ยก "ราตรี" เป็น "ผู้ประกอบคุณงามความดี ระดับวีรสตรีของชาติ"

ที่มา go6tv



วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 (go6TV) จากกรณีที่ทางการกัมพูชาได้ประกาศพระราชกำหนดพระราชทานอภัยโทษให้แก่ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ หนึ่งในคนไทยที่ถูกกัมพูชาจับกุมตัวในข้อหาบุกรุกแผ่นดินในช่วงปลายปี 2553 และถูกจำคุกที่เรือนจำเปรซอร์ ประเทศกัมพูชาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี โดย น.ส.ราตรีได้เดินทางกลับถึงเมืองไทยในช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) สื่อในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการได้ออกมาให้ความเห็นถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่า ตนเห็นว่าคุณราตรีไม่ใช่นักโทษการเมืองธรรมดา แต่เป็นผู้ที่เสียสละและประกอบคุณงามความดีระดับวีรสตรีของชาติ      
       “ผมติดตามข่าวที่คุณราตรีได้รับการปล่อยตัวกลับเมืองไทย โดยเฉพาะเมื่อมีคำถามจากคุณฐปนีย์ (เอียดศรีไชย) ช่องสามยื่นไมค์ไปสัมภาษณ์เธอตอนที่กลับมาว่า ทำไมถึงไม่ได้รับการปล่อยตัวออกมาพร้อมกับคนไทยชุดแรกเมื่อฟังแล้วรู้สึกสะท้อนใจมาก ไม่อยากให้คุณราตรีที่กลับมาเมืองไทยได้แล้ว และคุณวีระที่ยังติดคุกเขมรอยู่ต้องติดคุกฟรีๆ และทุกอย่างก็เลือนหายไป
        “ผมอยากให้คนไทยจดจำคุณราตรีในฐานะวีรสตรีของชาติ คุณงามความดีและความเสียสละของเธอที่มีต่อชาติไทยไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าวีรสตรีใดๆ ในประวัติศาสตร์ที่เราเรียนมาเลยนะครับ เมื่อเทียบกับนักกีฬาหญิงที่ได้เหรียญทองของไทยแล้วก็ยังต้องยกนิ้วให้เธอนายจิตตถาถกล่าว
         ผู้บริหารสื่อในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการกล่าวต่อว่า คนไทยส่วนใหญ่คงทราบข่าวการถูกจำคุกของ นายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี จากการโดยทหารกัมพูชาจับตัว 29 ธันวาคม 2553 ทั้งๆ ที่ยืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ทว่า คนไทยหลายคนคงจะไม่เข้าใจเช่นเดียวกับที่คุณฐปนีย์ นักข่าวช่อง 3 ว่าทำไมเธอกับคุณวีระไม่ได้รับการปล่อยตัวกลับมาพร้อมกับ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในเวลานั้น และ ร.ท.แซมดิน เลิศบุศย์ จากสันติอโศกที่ไปด้วยกัน นั่นก็เพราะ น.ส.ราตรีและนายวีระ ยอมเอาชีวิตและอิสรภาพเข้าแลก เพื่อยืนยันว่าพวกตนถูกจับตัวในพื้นที่ประเทศไทย ไม่ได้ถูกจับในพื้นที่เขมร ดังที่เขมรกล่าวอ้าง    
         “เรื่อง ที่ทุเรศที่สุดนายกสมัยนั้นคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง พากับรับลูกเขมรขายคนไทยด้วยกันอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย คุณราตรีปฏิเสธที่จะยอมรับข้อหาจากฝ่ายเขมรและขอพระราชทานอภัยโทษจาก กษัตริย์เขมร และทำให้เธอต้องสิ้นอิสรภาพอยู่ในคุกเขมรราวสองปี ขณะที่คุณวีระก็ยังติดอยู่ที่นั่นนายจิตตนาถกล่าว และว่า
      
       “สำหรับ เรือโทแซมดินที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกับคุณราตรีและวีระนั้นได้ทำเรื่อง เพื่อกลับมาประสานงานให้ทั้งสองคนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะได้มีการพูด คุยกันแล้วถึงหน้าที่ของแต่ละคน แต่ที่น่าตลกและไม่อยากให้คนไทยลืมก็คือเขมรยัดข้อหาให้ทั้งสองคนเป็นสปาย ทั้งๆ ที่คุณวีระและราตรีเป็นแค่ประชาชนธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง แต่กับกรณีของนายพนิชที่มีตำแหน่งเป็นถึง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รัฐบาลในขณะนั้น ที่เบื้องหลังก็คือนายอภิสิทธิ์ส่งไป ซึ่งน่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของเขมรมากกว่ากลับได้รับการปล่อยตัวกลับมา
        ต่อมานายจิตตนาถ ได้กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนจากช่อง 3 คือ น.ส.ฐปณีย์ ซึ่งในวันศุกร์ (1) ถาม น.ส.ราตรีว่า ครั้งก่อนมีโอกาสได้รับการปล่อยตัวพร้อมกับ 5 คนไทย แค่ทำไมเลือกที่จะไม่ออกมา น.ส.ราตรีจึงตอบกลับว่า รู้ได้อย่างไรว่าจะถูกปล่อยตัวเหมือนอีก 5 คน สิ่งที่ตนยืนยันต่อสู้มาตลอด คือ ไม่ได้ทำผิดหรือรุกล้ำแผ่นดินกัมพูชา และแนะนำว่านักข่าวจากช่อง 3 แทนที่จะถาม น.ส.ราตรีอย่างนั้น ควรจะไปทำสกู๊ปเพื่อค้นหาเบื้องหน้า-เบื้องหลังของเหตุการณ์ดังกล่าวมากกว่า
        “ผมหวังว่าคุณฐปณีย์ ซึ่งเป็นสื่อมวลชนเหมือนกันและเกือบจากซวยเพราะไปทำท่าทางไม่เหมาะสมที่เขมรมาครั้งหนึ่งจะได้หายโง่เสียที (กรณีวางภาพสมเด็จนโรดมสีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชาไว้บนพื้นใกล้กับเท้าตัวเองเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 55) และอยากให้เธอไปทำสกู๊ปเพิ่มด้วยว่าคุณราตรีและคุณวีระโดนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สมัยนั้นหลอกให้ไปติดคุกหรือไม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น